ที่ดิน สปก พร้อมคำถาม คำตอบ
22
กันยายน
โดย: Tanaysocial 0 ความเห็น

ที่ดิน สปก พร้อมคำถาม คำตอบ

 

 

 

หากมีเรื่องทุกข์ร้อนใจ ทุกปัญหามีทางออก

ปรึกษากฎหมาย โทร 095-169-9998

หรือสามารถส่งข้อความที่ต้องการสอบถาม มายังไลน์ (Line) เพียงกดเพิ่มเพื่อน ด้านล่างนี้ได้เลย

เพิ่มเพื่อน

 

 

 

ข้อพิพาทที่ดิน ส.ป.ก.

คู่มือฉบับสมบูรณ์: กฎหมาย ขั้นตอน พยานหลักฐาน และคำถาม-คำตอบ

 

    

1. ส.ป.ก. คืออะไร ทำไมถึงเกิดข้อพิพาทบ่อย

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 6 สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่นำที่ดินของรัฐหรือที่ดินที่จัดซื้อ/เวนคืนมาจัดสรรให้เกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินทำกินหรือมีที่ดินไม่เพียงพอ โดยออก "หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน" หรือที่รู้จักกันในชื่อ ส.ป.ก. 4-01

ที่ดิน ส.ป.ก. ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของเอกชน แต่เป็นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ที่รัฐอนุญาตให้ใช้ แม้แต่ ส.ป.ก. เองก็ไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์แบบเจ้าของทรัพย์สินทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 แต่ถือไว้เพื่อวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น (คำพิพากษาฎีกาที่ 8371/2551) นี่คือต้นตอของข้อพิพาทส่วนใหญ่ เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าที่ดินนี้ซื้อขายได้เหมือนที่ดินมีโฉนด

2. ประเภทข้อพิพาทที่พบบ่อย

  • ซื้อขาย/โอนสิทธิโดยผิดกฎหมาย
  • การเพิกถอนสิทธิโดย ส.ป.ก.
  • แย่งการครอบครอง/บุกรุก
  • ข้อพิพาทเขตแดน/แนวเขตที่ดินทับซ้อนกับหน่วยงานรัฐอื่น
  • ข้อพิพาทมรดก

3. หลักกฎหมายสำคัญ: มาตรา 39

มาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 กำหนดว่า ที่ดินที่ได้รับสิทธิจากการปฏิรูปที่ดินจะแบ่งแยกหรือโอนสิทธิไปยังผู้อื่นไม่ได้ เว้นแต่ตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนให้สถาบันเกษตรกรหรือ ส.ป.ก.

ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานว่า การซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ระหว่างเอกชนถือเป็นนิติกรรมต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ ไม่ว่าผู้ซื้อจะอ้างว่าไม่ทราบว่าที่ดินอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินหรือไม่ก็ตาม (ฎีกาที่ 5172/2560, 13450/2558 — ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150; ฎีกาที่ 9780/2539 — คดีตัดสินก่อนปรับปรุงกฎหมาย ใช้ตัวบทเดิมคือ ป.พ.พ. มาตรา 113) แม้แต่การให้ "ทำกินต่างดอกเบี้ย" ก็ถือเป็นการเลี่ยงกฎหมายและเป็นโมฆะเช่นกัน (ฎีกาที่ 8222/2553) เมื่อสัญญาเป็นโมฆะ ที่ดินจะกลับตกเป็นของ ส.ป.ก. เพื่อจัดสรรให้เกษตรกรรายใหม่ต่อไป (ฎีกาที่ 13450/2558)

 

ข้อยกเว้นสำคัญ: หากคู่สัญญาทำเพียงสัญญาจะซื้อจะขายโดยมีเงื่อนไขว่าจะโอนกันต่อเมื่อที่ดินถูกยกเลิกสถานะ ส.ป.ก. และออกเป็นโฉนด/น.ส.3 แล้ว สัญญานั้นไม่ตกเป็นโมฆะ เพราะไม่ใช่การซื้อขายที่ดินที่ยังมีสถานะ ส.ป.ก. 4-01 อยู่ในขณะทำสัญญา (ฎีกาที่ 2419/2552)

4. ข้อพิพาทแบ่งตามคู่กรณี พร้อมคำถาม-คำตอบ

4.1 ประชาชนกับประชาชน

ถาม: เพื่อนบ้านนำที่ดิน ส.ป.ก. ของตนไปขายให้ผมและผมเข้าครอบครองทำกินมา 10 ปีแล้ว ผมจะอ้างสิทธิครอบครองปรปักษ์ได้ไหม?

ตอบ: ไม่ได้ สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น การครอบครองภายหลังจึงไม่ก่อสิทธิใด ๆ แม้อ้าง ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง ก็ใช้ไม่ได้ (ฎีกาที่ 5172/2560)

 

ถาม: ถ้าผู้ขายเสียชีวิต ทายาทเรียกที่ดินคืนจากผู้ซื้อได้ไหม?

ตอบ: ได้ เพราะสิทธิไม่เคยโอนไปยังผู้ซื้อเลย สิทธิตกแก่ทายาทโดยธรรม แต่หากทายาททอดทิ้งการครอบครอง สิทธิจะตกกลับเป็นของ ส.ป.ก. (ฎีกาที่ 13450/2558)

 

ถาม: มีคนรุกล้ำในที่ดินที่ผมได้รับอนุญาต ฟ้องขับไล่ที่ศาลไหน?

ตอบ: ฟ้องที่ศาลยุติธรรม เพราะเป็นคดีพิพาทสิทธิครอบครองระหว่างเอกชน แม้ที่ดินจะเป็นที่ดินรัฐ (แนวเดียวกับคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 88/2557, 54/2554)

ข้อกฎหมาย: มาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ · ป.พ.พ. มาตรา 150, 1375

 

4.2 ประชาชนกับภาครัฐ

 

ถาม: ส.ป.ก. สั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตของผม ต้องทำอย่างไร?

ตอบ: ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ก่อน หากไม่รับพิจารณาหรือยกอุทธรณ์ จึงฟ้องศาลปกครองได้ อำนาจเพิกถอนมาจากมาตรา 19, 30 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ประกอบระเบียบ คปก. ว่าด้วยการออกหนังสืออนุญาตฯ พ.ศ. 2536 ข้อ 9 (ฎีกาที่ 6491/2550)

 

ถาม: ที่ดินมี น.ส.3 ก. อยู่ก่อน แต่ ส.ป.ก. ออก 4-01 ทับที่ดินให้คนอื่น ฟ้องศาลไหน?

ตอบ: หากมุ่งหมายให้ศาลรับรองกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองของตน เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556) แต่หากมุ่งโต้แย้งเฉพาะความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการออกคำสั่งโดยไม่ต้องวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ก่อน จะอยู่ในอำนาจศาลปกครอง (36/2547, 87/2557)

 

ถาม: ส.ป.ก. จังหวัดเพิกเฉยไม่ออกหนังสืออนุญาตทั้งที่ยื่นคำขอนานแล้ว ฟ้องได้ไหม?

ตอบ: ได้ ฟ้องศาลปกครองฐานละเลยต่อหน้าที่/ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ (เทียบเคียงคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 64/2555)

 

ถาม: เจ้าหน้าที่รัฐทำละเมิดทำให้ที่ดิน ส.ป.ก. เสียหาย เช่น ก่อสร้างรุกล้ำ ฟ้องศาลไหน?

ตอบ: โดยหลักคดีละเมิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายอยู่ในอำนาจศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แต่หากแก่นของข้อพิพาทคือ "ที่ดินเป็นของใคร" ศาลจะพิจารณาความมุ่งหมายที่แท้จริงของคำฟ้อง หากต้องวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ก่อน คดีจะกลายเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม แม้ฟ้องในรูปคดีละเมิดก็ตาม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 44/2553, 11/2546)

ข้อกฎหมาย: มาตรา 19, 30 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ · พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542 มาตรา 9 · ระเบียบ คปก. พ.ศ. 2536 ข้อ 9

 

4.3 ภาครัฐกับภาครัฐ

ข้อพิพาทประเภทนี้มักไม่ปรากฏเป็นคดีฟ้องกันเองระหว่างหน่วยงานรัฐโดยตรง เพราะอยู่ภายใต้ฝ่ายบริหารเดียวกัน มักแก้ไขผ่านคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) หรือมติคณะรัฐมนตรีแทนการฟ้องศาล แต่ประเด็นเรื่องสถานะ/เขตแดนที่ดินระหว่างหน่วยงาน (ส.ป.ก. กรมป่าไม้ กรมธนารักษ์ กรมทางหลวง) มักปรากฏผ่านคดีที่ประชาชนเป็นผู้ฟ้อง

 

ถาม: ที่ดินป่าสงวนที่โอนให้ ส.ป.ก. ใช้ปฏิรูปที่ดิน ยังเป็นที่ดินของรัฐหรือไม่?

ตอบ: ยังคงเป็นที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 เพียงเปลี่ยนหน่วยงานผู้ดูแลจากกรมป่าไม้เป็น ส.ป.ก. ตามมาตรา 26 (4) และมาตรา 36 ทวิ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ซึ่งให้ ส.ป.ก. "ถือกรรมสิทธิ์" เพียงเพื่อใช้ในการปฏิรูปที่ดิน ไม่ใช่กรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 (ฎีกาที่ 8371/2551)

 

ถาม: ที่ดินแปลงเดียวกันถูกขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ ขณะที่ประชาชนอ้างสิทธิเดิมที่เคยผ่านกระบวนการปฏิรูปที่ดิน ฟ้องศาลไหน?

ตอบ: ต้องพิจารณาคำขอท้ายฟ้อง หากมุ่งหมายให้ศาลวินิจฉัยกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครอง จะเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (แนวเดียวกับคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 69/2568)

 

ถาม: หน่วยงานรัฐสองแห่งเห็นไม่ตรงกันเรื่องแนวเขตที่ดิน ใครเป็นผู้ชี้ขาด?

ตอบ: โดยหลักชี้ขาดผ่านคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) หรือมติคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่การฟ้องร้องกันเอง

ข้อกฎหมาย: มาตรา 26 (4), มาตรา 36 ทวิ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ · ป.ที่ดิน มาตรา 2, 3 (2) · ป.พ.พ. มาตรา 1336

 

อ่านบทความผู้ว่าจ้างรับมอบงานไม่อิดเอื้อนเพิ่มเติม คลิก https://www.tanaysocial.com/article/NjRMQHd5ZVItUyF0ZTIwMjA=

 

5. ขั้นตอนการดำเนินการ พร้อมพยานหลักฐานที่ต้องเตรียมในแต่ละขั้นตอน

ขั้นที่ 1: ตรวจสอบข้อเท็จจริง/รวบรวมหลักฐานเบื้องต้น (ที่ ส.ป.ก. จังหวัด)

พยานบุคคล:

  • เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. จังหวัดผู้รับผิดชอบแปลงที่ดิน
  • กำนัน/ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่
  • เพื่อนบ้าน/เจ้าของแปลงข้างเคียงที่รู้เห็นการทำกินต่อเนื่อง

พยานเอกสาร:

  • หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ (ส.ป.ก. 4-01) ต้นฉบับ/สำเนา
  • ทะเบียนเกษตรกรจากกรมส่งเสริมการเกษตร
  • หลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 5) ถ้ามี
  • แผนที่/ระวางที่ดินและผลการรังวัดเดิม
  • บัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านของคู่กรณี

พยานวัตถุ:

  • สภาพพื้นที่จริง (ต้นไม้ยืนต้น พืชผล บ้านพัก คันนา รั้วเขตแดน) ถ่ายภาพพร้อมวันที่
  • ภาพถ่ายทางอากาศ/ภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบย้อนหลัง
  • หมุดหลักเขตที่ดิน (ถ้ามี)

ขั้นที่ 2: ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.)

พยานบุคคล:

  • ตัวผู้ยื่นอุทธรณ์เอง
  • พยานยืนยันความเป็นเกษตรกร เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง

พยานเอกสาร:

  • หนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอน/ปฏิเสธคำขอจาก ส.ป.ก. (ระบุเหตุผล)
  • แบบคำอุทธรณ์
  • หลักฐานคุณสมบัติเกษตรกร (ทะเบียนเกษตรกร ใบรับรองการปลูกพืช/เลี้ยงสัตว์)
  • หนังสือรับรองจากที่ว่าการอำเภอว่าไม่มีที่ดินทำกินอื่นเพียงพอ

พยานวัตถุ:

  • ภาพถ่ายกิจกรรมทางการเกษตรในแปลง (นา สวน ไร่ ปศุสัตว์)
  • ผลผลิตทางการเกษตร/เครื่องมือทำการเกษตรที่ใช้จริง

ขั้นที่ 3: ฟ้องคดีต่อศาล

พยานบุคคล:

  • ตัวโจทก์/ผู้ฟ้องคดี
  • พยานผู้รู้เห็นการครอบครองทำประโยชน์ต่อเนื่อง
  • เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ผู้จัดทำ/ลงนามในหนังสืออนุญาต
  • เจ้าหน้าที่รังวัด/ช่างรังวัดกรมที่ดิน
  • พยานผู้เชี่ยวชาญ (กรณีต้องพิสูจน์แนวเขตป่าสงวน/เขตปฏิรูปที่ดินซ้อนทับ)

พยานเอกสาร:

  • หนังสืออนุญาต ส.ป.ก. 4-01 ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
  • พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน
  • คำสั่งเพิกถอน/ปฏิเสธของ ส.ป.ก. พร้อมผลการพิจารณาอุทธรณ์จาก คปก.
  • ระวางแผนที่และผลการรังวัดสอบเขต
  • สัญญาที่เกี่ยวข้อง (แม้เป็นโมฆะก็ใช้เป็นหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงได้)
  • ใบเสร็จ/หลักฐานการชำระเงิน
  • ใบมรณบัตร/หลักฐานความเป็นทายาท (กรณีมรดก)
  • หนังสือมอบอำนาจ

พยานวัตถุ:

  • สภาพที่ดินจริง ณ วันตรวจสอบ
  • ภาพถ่ายทางอากาศ/ภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังหลายช่วงเวลา
  • หมุดหลักเขตที่ดิน/พิกัด GPS แปลงที่ดิน

ขั้นที่ 4: ชั้นพิจารณาคดี/สืบพยานในศาล

พยานบุคคล:

  • พยานทุกฝ่ายที่นำสืบตามบัญชีระบุพยาน
  • พยานผู้เชี่ยวชาญด้านการรังวัด/แผนที่ที่ศาลแต่งตั้ง
  • เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

พยานเอกสาร:

  • รายงานผลการตรวจสอบ/เผชิญสืบสถานที่โดยศาล
  • ความเห็นผู้เชี่ยวชาญที่ศาลแต่งตั้ง
  • เอกสารทั้งหมดที่ยื่นในชั้นฟ้อง

พยานวัตถุ:

  • สภาพที่ดินจริงในวันที่ศาลนัดเดินเผชิญสืบ (หากมี)
  • วัตถุพยานอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในคดี

ขั้นที่ 5: บังคับคดีตามคำพิพากษา

พยานบุคคล:

  • เจ้าพนักงานบังคับคดี
  • ตัวโจทก์/ผู้ฟ้องคดีหรือผู้รับมอบอำนาจ เพื่อชี้แนวเขตในการบังคับคดี

พยานเอกสาร:

  • คำพิพากษาถึงที่สุด
  • หมายบังคับคดี/คำสั่งศาล

พยานวัตถุ:

  • ผลการรังวัด/ปักหมุดตามคำพิพากษาในสถานที่จริง

 

 

 

อ่านบทความวิธีเปลี่ยนแปลงอำนาจปกครองบุตร คลิก https://www.tanaysocial.com/article/NzNMQHd5ZVItUyF0ZTIwMjA=

 

6. เอกสารที่ต้องเตรียม (สรุปรวม)

  • หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ (ส.ป.ก. 4-01)
  • บัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านของคู่กรณี
  • หลักฐานการครอบครองทำประโยชน์ (ภาพถ่ายแปลง ใบเสร็จค่าปุ๋ย พยานบุคคล)
  • สัญญาที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  • หนังสือแจ้งคำสั่งจาก ส.ป.ก.
  • แผนที่/ระวางที่ดิน ผลการรังวัด
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • ใบมรณบัตรและหลักฐานความเป็นทายาท (กรณีมรดก)

 

7. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หน่วยงาน

บทบาท

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส่วนกลาง)

กำหนดนโยบาย ออก/เพิกถอนหนังสืออนุญาตผ่านเลขาธิการ

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด

ดำเนินการในพื้นที่ ตรวจสอบแปลง รับเรื่องร้องเรียน

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.)

พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนสิทธิ

ศาลปกครอง

คดีความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครองของ ส.ป.ก.

ศาลยุติธรรม

คดีพิพาทสิทธิครอบครองระหว่างเอกชน คดีขับไล่ คดีโมฆะสัญญา

กรมที่ดิน

ข้อมูลแนวเขตที่ดิน กรณีทับซ้อนกับที่ดินมีโฉนด/น.ส.3

กรมธนารักษ์

กรณีที่ดินทับซ้อนกับที่ราชพัสดุ

 

8. ระยะเวลาดำเนินการ (โดยประมาณ)

  • ตรวจสอบข้อเท็จจริง/รังวัด: 1–3 เดือน
  • พิจารณาอุทธรณ์โดย คปก.: 3–6 เดือน
  • คดีในศาลชั้นต้น: 1–3 ปี
  • หากมีการอุทธรณ์/ฎีกาต่อ: รวม 3–5 ปีหรือมากกว่า

9. ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

  • ค่าธรรมเนียมตรวจสอบ/รังวัด: หลักร้อยถึงหลักพันบาท
  • ค่าธรรมเนียมศาล: คดีมีทุนทรัพย์เสียค่าขึ้นศาลร้อยละ 2 แต่ถ้าคดีไม่มีทุนทรัพย์เสียอัตราคงที่หลักร้อยบาท
  • ค่าทนายความ:  ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน
  • ค่าใช้จ่ายอื่น: ค่าคัดสำเนาเอกสารราชการ ค่าพยานผู้เชี่ยวชาญ ค่าบังคับคดี

10. ตารางสรุปเขตอำนาจศาลอย่างรวดเร็ว

ลักษณะคำฟ้อง

ศาลที่มีอำนาจ

อ้างอิง

ขอให้ศาลรับรอง/คุ้มครองสิทธิครอบครองในที่ดินระหว่างเอกชน

ศาลยุติธรรม

88/2557, 63/2556, 54/2554

ขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองโดยไม่ต้องวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ก่อน

ศาลปกครอง

36/2547, 87/2557

ฟ้องละเมิดที่แท้จริงเป็นการโต้แย้งกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองที่ดิน

ศาลยุติธรรม

44/2553, 11/2546

ฟ้องกรณีหน่วยงานรัฐละเลย/ล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่

ศาลปกครอง

64/2555

ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างเอกชนกับหน่วยงานถือครองที่ดินรัฐ

ศาลยุติธรรม

69/2568

 

11. ข้อแนะนำสำคัญ

  • ตรวจสอบกับ ส.ป.ก. จังหวัดก่อนซื้อที่ดินทุกครั้ง เพราะแม้สุจริตไม่ทราบก็ไม่มีผลทำให้สัญญาสมบูรณ์
  • เตรียมพยานหลักฐานทั้ง 3 ประเภทให้ครบตั้งแต่ขั้นตอนแรก จะช่วยลดเวลาการดำเนินคดีในภายหลัง
  • ผู้ถูกแจ้งเพิกถอนสิทธิต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาทันที
  • ปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาเขตอำนาจศาลก่อนยื่นฟ้องเสมอ

 

 

 

ภาคผนวก: คำถาม-คำตอบฉบับสมบูรณ์ 60 ข้อ แยกตามคู่กรณี

หมวด 1: ประชาชนกับประชาชน (20 ข้อ)

ถาม: 1. ซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ระหว่างเอกชนทำได้หรือไม่?

ตอบ: ไม่ได้ เป็นนิติกรรมต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ (มาตรา 39 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 150; ฎีกาที่ 5172/2560)

 

ถาม: 2. ผู้ซื้อที่ดิน ส.ป.ก. เข้าครอบครองนานแล้ว อ้างสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง ได้หรือไม่?

ตอบ: ไม่ได้ เพราะสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น การครอบครองภายหลังไม่ก่อสิทธิ (ฎีกาที่ 5172/2560)

 

ถาม: 3. ขายฝากที่ดิน ส.ป.ก. มีผลบังคับหรือไม่?

ตอบ: ไม่มีผล เป็นโมฆะเช่นเดียวกับการซื้อขายทั่วไป (มาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 150; ฎีกาที่ 13450/2558)

 

ถาม: 4. ให้ผู้อื่น "ทำกินต่างดอกเบี้ย" ในที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อค้ำประกันหนี้เงินกู้ ทำได้หรือไม่?

ตอบ: ไม่ได้ ถือเป็นการโอนสิทธิเช่นเดียวกับการซื้อขาย เพื่อป้องกันการเลี่ยงกฎหมาย จึงเป็นโมฆะ (ฎีกาที่ 8222/2553)

 

ถาม: 5. คดีเก่าก่อนปี 2535 ที่ตัดสินว่าสัญญาซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโมฆะ อ้างมาตราใดของ ป.พ.พ.?

ตอบ: คดีที่ตัดสินก่อนปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งฯ บรรพ 1 (พ.ศ. 2535) จะอ้าง ป.พ.พ. มาตรา 113 (เดิม) ซึ่งเป็นหลักเดียวกับมาตรา 150 ในปัจจุบัน (ฎีกาที่ 9780/2539)

 

ถาม: 6. ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ส.ป.ก. โดยมีเงื่อนไขว่าจะโอนกันเมื่อออกเป็นโฉนด/น.ส.3 แล้ว สัญญาแบบนี้โมฆะหรือไม่?

ตอบ: ไม่โมฆะ เพราะคู่สัญญาไม่ได้มีเจตนาซื้อขายที่ดินที่ยังมีสถานะ ส.ป.ก. 4-01 อยู่ (ฎีกาที่ 2419/2552) แต่ยังต้องพิสูจน์เจตนาที่แท้จริงของคู่สัญญาเป็นกรณี ๆ ไป

 

ถาม: 7. ผู้ขายที่ดิน ส.ป.ก. เสียชีวิต ทายาทของผู้ขายเรียกที่ดินคืนจากผู้ซื้อได้หรือไม่?

ตอบ: ได้ เพราะสัญญาโมฆะทำให้สิทธิไม่เคยโอนไปยังผู้ซื้อเลย สิทธิยังคงเป็นของผู้ได้รับอนุญาตเดิมและตกแก่ทายาทโดยธรรม (มาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ; ฎีกาที่ 13450/2558)

 

ถาม: 8. หากทายาทของผู้ขายเดิมก็ทอดทิ้งที่ดินไป สิทธิจะเป็นของใคร?

ตอบ: สิทธิจะตกกลับไปเป็นของ ส.ป.ก. เพื่อจัดสรรให้เกษตรกรรายใหม่ต่อไป (ฎีกาที่ 13450/2558)

 

ถาม: 9. ที่ดิน ส.ป.ก. ที่ได้รับระหว่างสมรส เป็นสินสมรสหรือไม่ เมื่อหย่าจะแบ่งอย่างไร?

ตอบ: สิทธิเข้าทำประโยชน์ที่ได้มาระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474 โดยหลักทั่วไป แต่การแบ่งแยกหรือโอนสิทธิยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดมาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ในทางปฏิบัติจึงมักกำหนดให้คู่สมรสฝ่ายที่มีคุณสมบัติเกษตรกรเป็นผู้รับสิทธิต่อไป โดยชดใช้ราคาส่วนแบ่งให้อีกฝ่ายแทนการแบ่งตัวที่ดิน

 

ถาม: 10. บิดามารดาต้องการยกที่ดิน ส.ป.ก. ให้บุตรขณะที่ตนยังมีชีวิตอยู่ ทำได้หรือไม่?

ตอบ: ทำไม่ได้ มาตรา 39 อนุญาตให้โอนเฉพาะกรณีตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรมเท่านั้น การยกให้ขณะมีชีวิตเป็นโมฆะเช่นเดียวกับการซื้อขาย

 

ถาม: 11. ซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. ผ่านนายหน้าหรือตัวแทน สัญญามีผลผูกพันหรือไม่?

ตอบ: ไม่ผูกพัน วัตถุแห่งนิติกรรมต้องห้ามตามกฎหมายไม่ว่าจะทำผ่านคู่สัญญาโดยตรงหรือผ่านตัวแทนก็ตาม เป็นโมฆะเช่นเดียวกัน (มาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 150)

 

ถาม: 12. ผู้ถือสิทธิสองคนอ้างสิทธิในที่ดินแปลงเดียวกันเพราะ ส.ป.ก. ออกเอกสารทับซ้อนโดยผิดหลง ฟ้องอย่างไร?

ตอบ: ต้องฟ้องทั้งผู้ถือสิทธิที่ทับซ้อนกันและ ส.ป.ก. ร่วมกัน คดีอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 71/2557)

 

ถาม: 13. ผู้ซื้อลงทุนปลูกสร้าง/ปลูกพืชในที่ดิน ส.ป.ก. ที่ซื้อมาโดยสัญญาโมฆะ เรียกค่าลงทุนคืนได้หรือไม่?

ตอบ: เมื่อสัญญาโมฆะ คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามหลักลาภมิควรได้ (ป.พ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบมาตรา 406) ผู้ขายต้องคืนเงินค่าที่ดินที่ได้รับไว้ ส่วนค่าลงทุนต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นกรณี ๆ ไป

 

ถาม: 14. เพื่อนบ้านสร้างรั้ว/บ้านรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก. ที่ตนได้รับอนุญาต ฟ้องขับไล่ได้หรือไม่ และมีความผิดอาญาด้วยหรือไม่?

ตอบ: ฟ้องขับไล่ทางแพ่งได้ตามหลักละเมิด (ป.พ.พ. มาตรา 420) และหลักการครอบครอง (มาตรา 1375) การบุกรุกเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นเพื่อถือเอาเป็นของตนอาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 ด้วย

 

ถาม: 15. ที่ดิน ส.ป.ก. สามารถอ้างครอบครองปรปักษ์ (ป.พ.พ. มาตรา 1382) ได้หรือไม่?

ตอบ: ไม่ได้ เพราะที่ดิน ส.ป.ก. ยังคงเป็นที่ดินของรัฐ ไม่ใช่ที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์เป็นเอกชน (ป.พ.พ. มาตรา 1382 ประกอบหลักจากฎีกาที่ 8371/2551)

 

ถาม: 16. ฟ้องเรียกเงินคืนจากสัญญาซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. ที่เป็นโมฆะ มีอายุความเท่าใด?

ตอบ: เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์คืนฐานลาภมิควรได้ มีอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ว่ามีสิทธิเรียกคืน หรือ 10 ปีนับแต่สิทธินั้นเกิดขึ้น แล้วแต่ระยะเวลาใดถึงก่อน (ป.พ.พ. มาตรา 419)

 

ถาม: 17. ที่ดิน ส.ป.ก. เช่าซื้อจาก ส.ป.ก. โดยตรง ผู้เช่าซื้อเสียชีวิตก่อนผ่อนครบ สิทธิตกแก่ใคร?

ตอบ: พิจารณาข้อกำหนดในสัญญาเช่าซื้อประกอบระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การโอนและตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่า/เช่าซื้อที่ดินฯ พ.ศ. 2535 (ฎีกาที่ 6042/2551)

 

ถาม: 18. ทายาทหลายคนแย่งสิทธิรับมรดกที่ดิน ส.ป.ก. จากผู้ตายคนเดียวกัน ต้องดำเนินการอย่างไร?

ตอบ: ต้องยื่นคำร้องต่อ ส.ป.ก. จังหวัดเพื่อพิจารณาคุณสมบัติทายาท หากตกลงกันไม่ได้ อาจต้องฟ้องต่อศาลยุติธรรมให้แบ่งปันตามหลักกฎหมายมรดก (ป.พ.พ. บรรพ 6) ประกอบมาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ

 

ถาม: 19. คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าที่ดินเป็น ส.ป.ก. แต่ยังฝ่าฝืนทำสัญญาซื้อขายกัน มีความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่?

ตอบ: พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ไม่ได้กำหนดบทลงโทษทางอาญาสำหรับการฝ่าฝืนมาตรา 39 ระหว่างเอกชนโดยตรง ผลทางกฎหมายคือสัญญาตกเป็นโมฆะทางแพ่งเท่านั้น (มาตรา 39 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 150)

 

ถาม: 20. ยกที่ดิน ส.ป.ก. ให้ผู้อื่นครอบครองแทนโดยตกลงกันด้วยวาจา (ไม่มีสัญญาเป็นหนังสือ) มีผลต่างจากสัญญาเป็นหนังสือหรือไม่?

ตอบ: ไม่ต่างกัน มาตรา 39 ห้าม "โอนสิทธิ" โดยไม่จำกัดรูปแบบนิติกรรม หากเป็นการโอนสิทธิครอบครองย่อมต้องห้ามและเป็นโมฆะเช่นเดียวกัน (แนวเดียวกับฎีกาที่ 8222/2553)

 

หมวด 2: ประชาชนกับภาครัฐ (20 ข้อ)

ถาม: 1. ส.ป.ก. มีคำสั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตของผม อ้างว่าผมมีที่ดินทำกินเพียงพออยู่แล้ว ต้องทำอย่างไร?

ตอบ: ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ก่อน อำนาจเพิกถอนของเลขาธิการ ส.ป.ก. มาจากมาตรา 19, 30 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ประกอบระเบียบ คปก. ว่าด้วยการออกหนังสืออนุญาตฯ พ.ศ. 2536 ข้อ 9 (ฎีกาที่ 6491/2550)

 

ถาม: 2. หากอุทธรณ์ต่อ คปก. แล้วไม่ได้รับการพิจารณา ต้องทำอย่างไรต่อไป?

ตอบ: ฟ้องต่อศาลปกครองภายในกำหนดเวลา เพราะเป็นการโต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครอง (มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542)

 

ถาม: 3. คปก. ไม่รับพิจารณาอุทธรณ์เพราะเห็นว่าผู้อุทธรณ์ไม่ใช่เกษตรกร ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?

ตอบ: ชอบด้วยกฎหมาย หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้อุทธรณ์มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพออยู่แล้ว (มาตรา 19(7) พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ; ฎีกาที่ 6491/2550)

 

ถาม: 4. มีเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. อยู่ก่อนแล้ว แต่ ส.ป.ก. ออก 4-01 ทับที่ดินให้คนอื่น ฟ้องศาลไหน?

ตอบ: หากมุ่งหมายให้ศาลรับรองกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองของตนก่อน เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556)

 

ถาม: 5. ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสืออนุญาตของบุคคลอื่นและขอให้ออกให้ตนแทน ฟ้องศาลไหน?

ตอบ: อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 36/2547)

 

ถาม: 6. ที่ดินมี ส.ป.ก. 4-01 ข อยู่แล้ว มีผู้อื่นโต้แย้งว่าออกโดยไม่ชอบ ฟ้องศาลไหน?

ตอบ: คดีมีประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของหนังสืออนุญาต อยู่ในอำนาจศาลปกครอง (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 87/2557)

 

ถาม: 7. ยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์นานแล้วแต่ ส.ป.ก. จังหวัดเพิกเฉย ฟ้องได้หรือไม่?

ตอบ: ฟ้องได้ต่อศาลปกครอง ฐานหน่วยงานปกครองละเลยต่อหน้าที่ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ (เทียบเคียงคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 64/2555)

 

ถาม: 8. เจ้าหน้าที่รัฐก่อสร้างรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก. ที่ตนได้รับอนุญาต ฟ้องศาลไหน?

ตอบ: โดยหลักคดีละเมิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายอยู่ในอำนาจศาลปกครอง (มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)) แต่หากต้องวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ก่อน คดีจะกลายเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 44/2553, 11/2546)

 

ถาม: 9. คุณสมบัติของผู้ที่จะขอรับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินมีอะไรบ้าง?

ตอบ: เป็นไปตามระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกรฯ พ.ศ. 2538 ออกโดยอาศัยมาตรา 19(7) พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 88/2557)

 

ถาม: 10. คปก. พิจารณาอุทธรณ์โดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด จะโต้แย้งได้หรือไม่?

ตอบ: ได้ โดยอ้างว่าผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์มิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 (แนวข้อต่อสู้ในฎีกาที่ 54/2554)

 

ถาม: 11. ฟ้องคดีต่อศาลปกครองต้องยื่นภายในกำหนดเวลาเท่าใด?

ตอบ: โดยหลักต้องยื่นฟ้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ตามมาตรา 49 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

 

ถาม: 12. ที่ดิน ส.ป.ก. ที่เคยเป็นป่าสงวนมาก่อน ถูกดำเนินคดีอาญาข้อหาบุกรุกป่า ต่อสู้คดีอย่างไร?

ตอบ: ต้องพิสูจน์ว่าที่ดินผ่านกระบวนการเพิกถอนสภาพป่าสงวนและโอนให้ ส.ป.ก. ตามมาตรา 26(4) พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ แล้วจริงหรือไม่ (ฎีกาที่ 8371/2551 ประกอบประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2, 3(2))

 

ถาม: 13. เจ้าของที่ดินตาม น.ส.3 ก. พบว่าที่ดินถูกกรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุทับซ้อน ฟ้องศาลไหน?

ตอบ: หากมุ่งหมายให้ศาลวินิจฉัยกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองของตน เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (แนวจากคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 69/2568)

 

ถาม: 14. ส.ป.ก. ปฏิเสธไม่รับโอนสิทธิเช่าซื้อที่ดินให้ทายาทของผู้เช่าซื้อที่เสียชีวิต ฟ้องได้หรือไม่?

ตอบ: ฟ้องได้ พิจารณาตามระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การโอนและตกทอดทางมรดกสิทธิเช่า/เช่าซื้อที่ดินฯ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 30 วรรคหก พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ (ฎีกาที่ 6042/2551)

 

ถาม: 15. หน่วยงานรัฐปฏิเสธไม่ลงนามรับรองแนวเขตที่ดินที่ประชาชนขอออกโฉนด อ้างว่าทับที่ราชพัสดุ ฟ้องอย่างไร?

ตอบ: ฟ้องต่อศาลปกครองฐานหน่วยงานรัฐละเลยต่อหน้าที่ ขอให้ศาลสั่งให้ลงนามรับรองแนวเขต (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 64/2555 ประกอบกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2545)

 

ถาม: 16. ส.ป.ก. ออกหนังสืออนุญาตให้บุคคลอื่นทับที่ดินที่ตนครอบครองอยู่เดิมโดยผิดหลง ฟ้องอย่างไร?

ตอบ: ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสืออนุญาตเฉพาะส่วนที่ทับซ้อน คดีอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 71/2557)

 

ถาม: 17. ส.ป.ก. เป็นนิติบุคคลที่ถูกฟ้องได้หรือไม่?

ตอบ: ได้ ส.ป.ก. เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองที่อาจถูกฟ้องคดีได้ (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 36/2547)

 

ถาม: 18. ส.ป.ก. จังหวัดไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก ต้องฟ้องใคร?

ตอบ: สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเป็นหน่วยงานในสังกัด ส.ป.ก. ส่วนกลาง ไม่มีฐานะนิติบุคคลแยกต่างหาก การฟ้องคดีจึงต้องฟ้อง ส.ป.ก. (ส่วนกลาง) เป็นคู่ความโดยตรง หรือฟ้องทั้งสองหน่วยงานร่วมกัน

 

ถาม: 19. ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีการออก น.ส.3 ก. ให้เอกชนโดยผิดพลาด ภายหลังนำเข้าเขตปฏิรูปที่ดิน ต้องวางประเด็นฟ้องอย่างไร?

ตอบ: หากขอให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของตน จะเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม แม้จำเลยจะเป็นหน่วยงานปกครองก็ตาม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 88/2557)

 

ถาม: 20. ได้รับความเสียหายจากการที่ ส.ป.ก. จัดสรรที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานรัฐได้หรือไม่?

ตอบ: มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายที่ศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542

 

หมวด 3: ภาครัฐกับภาครัฐ (20 ข้อ)

หมายเหตุ: ข้อพิพาทประเภทนี้แทบไม่ปรากฏเป็นคดีที่หน่วยงานรัฐฟ้องร้องกันเองโดยตรง ประเด็นข้อกฎหมายส่วนใหญ่จึงปรากฏผ่านคดีที่ประชาชนเป็นผู้ฟ้อง โดยมีหน่วยงานรัฐหลายแห่งเป็นคู่ความหรือเป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่ศาลต้องวินิจฉัย

ถาม: 1. ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติที่ถูกเพิกถอนสภาพเพื่อนำมาใช้ปฏิรูปที่ดิน เปลี่ยนหน่วยงานผู้ดูแลจากกรมป่าไม้เป็น ส.ป.ก. ได้อย่างไร?

ตอบ: โดยอาศัยมาตรา 26 (4) พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ซึ่งกำหนดกระบวนการเพิกถอนสภาพที่ดินป่าสงวนเพื่อนำมาใช้ในการปฏิรูปที่ดิน (ฎีกาที่ 8371/2551)

 

ถาม: 2. เมื่อที่ดินเปลี่ยนจากกรมป่าไม้เป็น ส.ป.ก. แล้ว ส.ป.ก. มีกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบเหมือนเจ้าของทรัพย์สินทั่วไปหรือไม่?

ตอบ: ไม่ใช่ มาตรา 36 ทวิ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ให้ ส.ป.ก. เป็นผู้ "ถือกรรมสิทธิ์" เพียงเพื่อนำไปใช้ในการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น มิได้มีสิทธิใช้สอย จำหน่ายอย่างเจ้าของทรัพย์สินทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 (ฎีกาที่ 8371/2551)

 

ถาม: 3. หน่วยงานใดเป็นผู้ทรงสิทธิในที่ดินระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านจากป่าสงวนเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน?

ตอบ: ที่ดินยังเป็นที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 ตลอดกระบวนการ เพียงแต่เปลี่ยนหน่วยงานผู้ดูแลตามมาตรา 26(4) และ 36 ทวิ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ (ฎีกาที่ 8371/2551)

 

ถาม: 4. ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อนกับที่ราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนไว้ ใครมีอำนาจดูแลที่แท้จริง?

ตอบ: ต้องตรวจสอบว่าที่ดินแปลงนั้นผ่านกระบวนการนำเข้าเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินแล้วหรือไม่ และกรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ในช่วงเวลาใด (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 69/2568, 67/2556, 117/2557)

 

ถาม: 5. ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อนกับเขตทางหลวงแผ่นดิน จะจัดการอย่างไร?

ตอบ: ต้องตรวจสอบแนวเขตตามพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินเปรียบเทียบกับแนวเขตปฏิรูปที่ดิน หากเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินจะอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 44/2553, 11/2546)

 

ถาม: 6. เขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อนกับเขตโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ใครมีอำนาจดำเนินการ?

ตอบ: พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มาตรา 4, 13, 14 กำหนดให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดและคณะกรรมการกลางมีอำนาจดำเนินการแยกต่างหากจากอำนาจของ ส.ป.ก. (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 47/2548)

 

ถาม: 7. หน่วยงานรัฐสองแห่งเห็นไม่ตรงกันว่าที่ดินอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินหรือเขตป่าสงวน/อุทยานแห่งชาติ ใครเป็นผู้ชี้ขาด?

ตอบ: โดยหลักชี้ขาดผ่านคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) หรือมติคณะรัฐมนตรีในกรณีที่มีนัยสำคัญในระดับนโยบาย

 

ถาม: 8. หากหน่วยงานรัฐสองแห่งไม่อาจตกลงกันได้ในทางบริหาร ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะฟ้องหน่วยงานใด?

ตอบ: ฟ้องหน่วยงานที่ออกคำสั่งหรือกระทำการอันเป็นเหตุแห่งความเสียหายโดยตรง อาจฟ้องหลายหน่วยงานร่วมกันให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องแนวเขต/สถานะที่ดินไปพร้อมกัน (แนวทางตามคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556)

 

ถาม: 9. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องการใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อสร้างสาธารณูปโภค ต้องขออนุญาตจากใคร?

ตอบ: ต้องขออนุญาตจาก ส.ป.ก. ซึ่งมีอำนาจจัดที่ดินให้บุคคลหรือหน่วยงานเช่า เช่าซื้อ หรือเข้าทำประโยชน์เพื่อกิจการอื่นที่สนับสนุนการปฏิรูปที่ดินได้ ไม่เกิน 50 ไร่ (มาตรา 30 ทวิ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532)

 

ถาม: 10. เมื่อ ส.ป.ก. ได้ที่ดินมาโดยการจัดซื้อหรือเวนคืน สิทธิของผู้เช่าที่ดินเดิมตามกฎหมายอื่นจะสิ้นสุดลงหรือไม่?

ตอบ: สิ้นสุดลง ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 3 พ.ศ. 2532)

 

ถาม: 11. พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (กฎหมายทั่วไปเรื่องเช่านา) ใช้บังคับกับที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. ด้วยหรือไม่?

ตอบ: การจัดที่ดินให้เช่าหรือเช่าซื้อโดย ส.ป.ก. ตามมาตรา 30 ทวิ ไม่อยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559) แต่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ คปก. กำหนดแทน (มาตรา 30 ทวิ วรรคท้าย พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532)

 

ถาม: 12. คนต่างด้าวสามารถเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในเขตปฏิรูปที่ดินได้หรือไม่?

ตอบ: โดยหลักทั่วไปตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 5/2 (เพิ่มโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559) ห้ามมิให้คนต่างด้าวเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมหรือหลีกเลี่ยงกฎหมายนี้ไม่ว่าด้วยวิธีใด

 

ถาม: 13. กรมที่ดินกับ ส.ป.ก. มีอำนาจซ้อนทับกันในการออกเอกสารสิทธิหรือไม่?

ตอบ: โดยหลักกรมที่ดินมีอำนาจออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วน ส.ป.ก. มีอำนาจออกหนังสืออนุญาตเฉพาะในเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขต หากทับซ้อนต้องพิสูจน์ลำดับเวลาการออกเอกสารแต่ละฝ่าย (แนวข้อเท็จจริงในคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556)

 

ถาม: 14. เมื่อหน่วยงานรัฐหลายแห่งถูกฟ้องร่วมกันในคดีเดียว ศาลจะพิจารณาอย่างไร?

ตอบ: ศาลจะพิจารณาความมุ่งหมายที่แท้จริงของคำฟ้องเป็นหลัก หากมุ่งให้ศาลวินิจฉัยกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองก่อน ถือเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมทั้งคดี (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556, 54/2554)

 

ถาม: 15. หากศาลปกครองและศาลยุติธรรมมีความเห็นแตกต่างกันเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีเดียวกัน ใครเป็นผู้ชี้ขาด?

ตอบ: คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง (3)

 

ถาม: 16. เกณฑ์การพิจารณาเขตอำนาจศาลระหว่างศาลปกครองและศาลยุติธรรมโดยทั่วไปเป็นอย่างไร?

ตอบ: ต้องพิจารณาพฤติการณ์แห่งการกระทำอันเป็นมูลเหตุแห่งการฟ้องคดีและคำขอท้ายคำฟ้องเป็นหลักว่ามุ่งหมายให้ศาลวินิจฉัยเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครอง หรือมุ่งวินิจฉัยกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองในที่ดิน (มาตรา 9 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542 ประกอบแนวคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556)

 

ถาม: 17. ที่ดินที่ ส.ป.ก. จัดสรรแล้ว ภายหลังหน่วยงานอื่นอ้างว่าอยู่ในเขตอุทยานที่ประกาศทีหลัง ที่ดินยังใช้ได้หรือไม่?

ตอบ: ต้องพิจารณาลำดับเวลาการออกพระราชกฤษฎีกา/กฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละหน่วยงานเป็นสำคัญ หากเขตปฏิรูปที่ดินประกาศก่อนและมีการจัดสรรโดยชอบแล้ว สิทธิของเกษตรกรผู้ได้รับจัดสรรย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 19(7) พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ แต่เป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์เป็นรายกรณี

 

ถาม: 18. หน่วยงานรัฐมีสิทธิฟ้องร้องกันเองในชั้นศาลได้หรือไม่ หากเห็นไม่ตรงกันเรื่องอำนาจดูแลที่ดิน?

ตอบ: ในทางปฏิบัติไม่ค่อยปรากฏหน่วยงานรัฐฟ้องกันเองในชั้นศาลโดยตรง เนื่องจากอยู่ภายใต้ฝ่ายบริหารเดียวกัน จึงมักแก้ไขผ่านกลไกภายในฝ่ายบริหาร เช่น คทช. หรือมติคณะรัฐมนตรี

 

ถาม: 19. เมื่อมีการพิพาทเรื่องแนวเขตระหว่าง ส.ป.ก. กับหน่วยงานอื่น จะใช้หลักฐานใดในการพิสูจน์แนวเขตที่ถูกต้อง?

ตอบ: ใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน แผนที่/ระวางที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ผลการรังวัดร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และหลักฐานการใช้ประโยชน์ที่ดินประกอบกัน

 

ถาม: 20. หากที่ดินซึ่งเคยอยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐหนึ่งถูกโอนไปอยู่ในความดูแลของอีกหน่วยงานหนึ่งแล้ว แต่เอกสารสิทธิเดิมยังไม่ได้แก้ไข จะมีผลต่อสิทธิของประชาชนที่ถือครองอยู่หรือไม่?

ตอบ: โดยหลักสิทธิของประชาชนผู้ถือครองโดยชอบด้วยกฎหมายยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเดิมที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่ได้รับสิทธิ การเปลี่ยนหน่วยงานผู้ดูแลเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของรัฐ ไม่กระทบสิทธิของประชาชนที่ได้รับมาโดยชอบ (หลักทั่วไปตามมาตรา 26(4), 36 ทวิ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ; ฎีกาที่ 8371/2551)

 

แหล่งอ้างอิงทั้งหมด

ตัวบทกฎหมาย:

พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 มาตรา 6, 19, 25 ทวิ, 26(4), 30, 30 ทวิ, 32, 36 ทวิ, 39 , ป.พ.พ. มาตรา 113(เดิม)/150, 172, 406, 419, 420, 1336, 1375, 1382, 1474 · ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2, 3(2), 9, 108, 108 ทวิ · ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 · พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9, 49 · พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 10 · พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 · พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2517 · พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559) มาตรา 5/2 · พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 · พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545

 

ระเบียบ/กฎกระทรวง:

ระเบียบ คปก. ว่าด้วยการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2536 · ระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกรฯ พ.ศ. 2538 · ระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การโอนและตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่า/เช่าซื้อที่ดินฯ พ.ศ. 2535 · กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2545

 

คำพิพากษาฎีกา:

5172/2560, 9780/2539, 8222/2553, 13450/2558, 6491/2550, 8371/2551, 2419/2552, 6042/2551, 11/2546

 

คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล:

36/2547, 44/2553, 47/2548, 54/2554, 63/2556, 64/2555, 67/2556, 68/2568, 69/2568, 71/2557, 87/2557, 88/2557, 117/2557, 206/2569

 

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป โดยอ้างอิงบทบัญญัติกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา/คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลจากฐานข้อมูลกฎหมาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะรายกรณี ผู้มีข้อพิพาทควรปรึกษาทนายความหรือติดต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำที่ตรงกับข้อเท็จจริงของตน

 

รวบรวมโดยนายธีรเมศร์ โอฬารจิระภัสร์

ที่ดิน สปก พร้อมคำถาม คำตอบ

0 ความเห็น

แสดงความเห็น