บุหรี่ไฟฟ้า ผิดกฎหมายหรือไม่


หากมีเรื่องทุกข์ร้อนใจ ทุกปัญหามีทางออก
ปรึกษากฎหมาย
โทร 095-169-9998
หรือสามารถส่งข้อความที่ต้องการสอบถาม มายังไลน์ (Line) เพียงกดเพิ่มเพื่อน ด้านล่างนี้ได้เลย
มีลูกเพจสอบถามมาเป็นจำนวนมากเรื่อง การครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า (บารากู่ไฟฟ้า) เป็นความผิดหรือไม่
วันนี้ผมขออธิบายเป็นลำดับ ดังนี้ครับ
ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า บุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.๒๕๒๒ ประกอบ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๕๗
โดยประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๕๗ ข้อ 3 กำหนดไว้ว่า “…บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” หมายความว่า อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ทําให้เกิดละอองไอน้ํา ในลักษณะคล้ายควันบุหรี่ไม่ว่าจะกระทําขึ้นด้วยวัตถุใด ซึ่งใช้สําหรับสูบในลักษณะเดียวกับการสูบบุหรี่ ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย ๘๕๔๓.๗๐.๙๐
เมื่อเราทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยไม่ได้แล้ว ก็ย่อมต้องหมายความว่า สินค้านี้จะต้องไม่มีทางที่จะมีใครครอบครองได้เลยเพราะเมื่อนำเข้ามาไม่ได้ การครอบครองในประเทศไทยก็ย่อมจะมีไม่ได้เช่นกัน หากมีการครอบครองในประเทศไทย ก็ย่อมแสดงว่า มีการลักลอกนำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย
แต่เนื่องจาก พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.๒๕๒๒ ไม่มีบทกำหนดโทษสำหรับผู้ที่ครอบครอง คงมีเพียงบทกำหนดโทษสำหรับผู้ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายเท่านั้น
แต่เมื่อเราไปดู “พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๕๖๐” มาตรา ๒๔๖ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า…
ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึ่งรู้ว่าเป็นของที่เนื่องด้วยความผิดตามมาตรา ๒๔๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับเป็นเงิน ๔ เท่า ของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๔๒ บัญญัติว่า ผู้ใดนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
ผู้ใดพยายามกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
ซึ่งเมื่อ่านตัวบทกฎหมายแล้วอาจจะเข้าใจได้ยากทนายขอสรุปง่ายๆว่า
ผู้ใดที่ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจากผู้ที่นำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ผู้นั้นมีความผิด ตามมาตรา ๒๔๖ วรรคหนึ่ง ของ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๕๖๐ และแม้ว่าจะไม่ได้ซื้อ แต่ครอบครองไว้เฉยๆ ก็มีความผิดเช่นกัน เพราะการครอบครองไว้เฉยๆ ก็ถือว่าเป็น “การรับไว้โดยประการใด”
ดู “คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๑๔๑๑/๒๕๖๔” วินิจฉัยว่า
“” ….. จำเลยครอบครองเตาบารากู่ (สินค้าต้องห้ามเช่นเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้า) แม้ว่าเตาบารากู่จะเป็นของเพื่อนของจำเลยที่นำมาฝากจำเลยไว้ก็ตาม การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานช่วยซ่อนเร้นช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง ….””
ดังนั้น เมื่อดูจากกฎหมายและแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา การซื้อหรือครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า จึงเป็นความผิดตามกฎหมาย
ถ้าจะใช้ก็ต้องระวังเรื่องการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยนะครับ





บทความโดยนายอาทิตย์ สารรบรรณ์
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท ทนายโซเชียล จำกัด
31/544 หมู่ 1 ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110
โทร 095-169-9998
หรือช่องทาง
1. เว็บบอร์ด >>> https://www.tanaysocial.com/forum
2. แฟนเพจ >>> https://www.facebook.com/tanaysocial/
3. ส่งคำถามหน้าเว็บไซร์ >>> https://www.tanaysocial.com/
ไปที่หัวข้อ “ส่งคำปรึกษามาถามเราสิ”
บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ


