สิทธิของลูกจ้างและหน้าที่ของนายจ้าง

ถูกเลิกจ้างได้เงินอะไรบ้าง ค่าชดเชยและสิทธิที่ควรรู้
สารบัญ
1 ถูกเลิกจ้างมีสิทธิได้เงินอะไรบ้าง2 เลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยได้เมื่อใด3 แนวฎีกาและคำพิพากษาเกี่ยวกับการเลิกจ้าง4 คำถามลูกจ้างเรื่องค่าชดเชยและการเลิกจ้าง5 คำถามนายจ้างเรื่องการเลิกจ้างและหนังสือเตือน6 ถูกเลิกจ้างต้องทำอย่างไร ขั้นตอนเรียกร้องสิทธิ7 ขั้นตอนเลิกจ้างที่นายจ้างควรตรวจสอบ8 อายุความและกำหนดเวลาเรียกร้องสิทธิเมื่อถูกเลิกจ้าง9 เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อเรียกร้องสิทธิหรือฟ้องศาลแรงงานติดต่อทนายโซเชียล
บทความโดย ทนายโซเชียล · ตรวจทานเนื้อหาล่าสุด 4 ตุลาคม 2569
ถูกเลิกจ้างได้เงินอะไรบ้าง? ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับค่าจ้างค้างจ่าย ค่าชดเชยตามอายุงาน เงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี หากเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม อาจมีสิทธิขอรับกลับเข้าทำงานหรือเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ โดยต้องตรวจเหตุเลิกจ้าง อายุงาน และหลักฐานของแต่ละกรณี
บทความนี้กล่าวถึงลูกจ้างเอกชนที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เป็นหลัก งานที่มีกฎหมายหรือกฎกระทรวงเฉพาะต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
1 ถูกเลิกจ้างมีสิทธิได้เงินอะไรบ้าง

ค่าจ้างและค่าตอบแทนที่ทำงานไปแล้ว
เงินเดือนหรือค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับ รวมถึงค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดที่มีสิทธิได้รับ ยังคงเป็นหนี้ที่นายจ้างต้องชำระ แม้จะเลิกจ้างเพราะลูกจ้างกระทำผิดก็ตาม
มาตรา 70 วรรคท้าย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2562 กำหนดให้จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ตามสิทธิของลูกจ้าง ภายใน 3 วันนับแต่วันที่เลิกจ้าง จึงไม่ควรสรุปว่ามาตรานี้ครอบคลุมเฉพาะค่าตอบแทนการทำงาน อย่างไรก็ดี หากเงินใดมีบทกำหนดเวลาจ่ายเฉพาะ ต้องอ่านประกอบบทนั้น เช่น เงินตามมาตรา 17/1 ต้องจ่ายในวันที่ให้ลูกจ้างออกจากงาน ส่วนค่าเสียหายตามมาตรา 49 เป็นสิทธิตามกฎหมายศาลแรงงานอีกฉบับหนึ่ง
ค่าชดเชยเลิกจ้างตามอายุงาน คำนวณอย่างไร
มาตรา 118 กำหนดอัตราขั้นต่ำดังนี้
| อายุงานติดต่อกัน | ค่าชดเชยขั้นต่ำ |
|---|---|
| ไม่ครบ 120 วัน | ไม่มีค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่ยังต้องตรวจสอบสิทธิประเภทอื่น |
| ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน |
| ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน |
| ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน |
| ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน |
| ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน |
| ครบ 20 ปีขึ้นไป | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน |
สำหรับลูกจ้างรายเดือน การคำนวณทั่วไปใช้ค่าจ้างรายเดือนหาร 30 แล้วคูณจำนวนวันค่าชดเชย ส่วนผู้ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยใช้เกณฑ์เฉพาะตามมาตรา 118 ต้องตรวจฐานค่าจ้างตามมาตรา 5 ด้วย ไม่ใช่ใช้เฉพาะเงินที่เรียกว่าเงินเดือนเสมอไป เช่น เงินค่าตำแหน่งอาจเป็นค่าจ้างตามลักษณะและเงื่อนไขการจ่าย เงินสวัสดิการหรือเงินเบิกค่าใช้จ่ายไม่เป็นค่าจ้างทุกกรณี
ตัวอย่าง ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเดือนละ 30,000 บาท ทำงาน 4 ปี ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมาย ค่าชดเชยขั้นต่ำเท่ากับ 30,000 ÷ 30 × 180 = 180,000 บาท เงินจำนวนนี้ยังไม่รวมสิทธิอื่น
อายุงานต้องนับช่วงทดลองงานด้วย และมาตรา 19 ให้รวมวันหยุด วันลา และวันที่นายจ้างสั่งหรืออนุญาตให้หยุดตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้นับเฉพาะวันที่มาปฏิบัติงานจริง
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ได้เท่าไร
สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลาต้องตรวจมาตรา 17 และ 17/1 ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 โดยการแจ้งล่วงหน้าผูกกับกำหนดจ่ายค่าจ้าง มิใช่ใช้สูตร 30 วันกับทุกกรณี
หากแจ้งในหรือก่อนกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง โดยหลักจะให้มีผลเลิกสัญญาเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป และไม่จำต้องบอกกล่าวเกิน 3 เดือน หากให้ลูกจ้างออกทันทีโดยไม่ได้บอกกล่าวตามมาตรา 17 วรรคสอง ต้องจ่ายเงินตามมาตรา 17/1 ในวันที่ให้ลูกจ้างออกจากงาน เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย
ตัวอย่าง บริษัทจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 30 แจ้งเลิกจ้างวันที่ 10 เมษายน โดยหลักกำหนดเลิกสัญญาจากการบอกกล่าวจะเป็นวันที่ 30 พฤษภาคม หากให้ออกวันที่ 10 เมษายนทันที ต้องตรวจเงินที่ควรได้รับจนถึงกำหนดดังกล่าว โดยไม่คิดซ้ำกับค่าจ้างที่ชำระแล้ว
ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี
มาตรา 67 แยกเป็นสองส่วน คือ ถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ใช่เหตุในมาตรา 119 ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของสิทธิ ส่วนวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมที่มีสิทธิตามมาตรา 30 ต้องจ่ายเมื่อสัญญาสิ้นสุดตามเงื่อนไขมาตรา 67 แม้ลูกจ้างลาออกหรือถูกเลิกจ้างตามมาตรา 119
จึงต้องตรวจอายุงาน ข้อบังคับ การตกลงสะสมวันหยุด และวันหยุดที่ใช้ไปแล้ว ไม่ใช่นำวันลาทุกประเภทที่เหลือมาแลกเป็นเงินได้ทั้งหมด
ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 ให้อำนาจศาลแรงงานพิจารณาว่าการเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่ และอาจสั่งรับกลับเข้าทำงาน หรือกำหนดค่าเสียหายแทนหากไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไป
ศาลพิจารณาอายุ อายุงาน ความเดือดร้อน มูลเหตุเลิกจ้าง และค่าชดเชยที่มีสิทธิได้รับ ค่าเสียหายจึงไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องเท่ากับเงินเดือนหนึ่งเดือนต่ออายุงานหนึ่งปี และไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ถูกเลิกจ้าง
2 เลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยได้เมื่อใด

มาตรา 119 กำหนดเหตุไว้โดยเฉพาะ ได้แก่
- ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
- จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย
- ประมาทเลินเล่อจนทำให้นายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรง
- ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยได้เตือนเป็นหนังสือแล้วและกระทำผิดซ้ำคำเตือนภายในอายุคำเตือน ต้องตรวจว่าการกระทำภายหลังอยู่ในเรื่องหรือลักษณะที่ได้เตือนไว้จริง ไม่ใช่ใช้หนังสือเตือนเรื่องใดก็ได้ตัดสิทธิเมื่อทำผิดเรื่องอื่น เว้นแต่เป็นกรณีร้ายแรงที่ไม่ต้องเตือน หนังสือเตือนมีผลไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่กระทำผิด
- ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ โดยไม่มีเหตุอันสมควร
- ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด หากเป็นความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ต้องเป็นกรณีที่ทำให้นายจ้างเสียหายด้วย
การเขียนในข้อบังคับว่าเป็นความผิดร้ายแรงไม่ได้ทำให้ทุกเหตุการณ์เป็นความผิดร้ายแรงโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจพฤติการณ์และหลักฐานจริง
นายจ้างที่อ้างมาตรา 119 ต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุเลิกจ้างในหนังสือบอกเลิก หรือแจ้งให้ลูกจ้างทราบขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ ข้อจำกัดนี้ต้องแยกจากประเด็นความเป็นธรรมตามมาตรา 49
3 แนวฎีกาและคำพิพากษาเกี่ยวกับการเลิกจ้าง

ฎีกาที่ 4550/2534 การลงเวลาแทนกันต้องดูเจตนาและข้อเท็จจริง
บทความในวารสารดุลพาหของศาลยุติธรรมสรุปคดีที่ลูกจ้างมาทำงานจริง และให้อีกคนตอกบัตรตอนเลิกงานเพื่อความสะดวก โดยไม่ได้ทุจริตโกงค่าแรง ศาลเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบที่ไม่ร้ายแรง จึงเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้
แนวทางนำไปใช้ นายจ้างควรแยกความผิดทางระเบียบออกจากการทุจริต ส่วนลูกจ้างควรเก็บหลักฐานการทำงานจริงและเวลาปฏิบัติงาน คดีนี้เกิดก่อนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จึงใช้ประกอบความเข้าใจเรื่องความร้ายแรง ไม่ใช่อ้างว่าเป็นคำวินิจฉัยตามมาตรา 119 ปัจจุบันโดยตรง
ฎีกาที่ 6786/2548 อายุความของสิทธิจากการเลิกจ้าง
ศาลวินิจฉัยว่า ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นสิทธิที่เกิดจากการเลิกจ้าง ไม่ใช่ค่าจ้างตามสัญญาจ้างที่อยู่ภายใต้อายุความ 2 ปี จึงใช้อายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30
แนวทางนำไปใช้ ต้องแยกรายการเงินในคำฟ้องและวันเริ่มบังคับสิทธิแต่ละรายการ และไม่ใช้กำหนด 10 ปีแทนกำหนด 30 วันสำหรับโต้แย้งคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 525/2567 ขาดทุนต่อเนื่องอาจเป็นเหตุสมควรเลิกจ้าง
คดีนี้ศาลแรงงานกลางเห็นว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและกำหนดค่าเสียหาย 200,000 บาท แต่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่เห็นพ้อง โดยรับฟังว่าธุรกิจหนังสือพิมพ์ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนไปใช้สื่อออนไลน์และขาดทุนต่อเนื่อง การลดลูกจ้างเพื่อพยุงกิจการจึงมีเหตุสมควรและเพียงพอ ไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลพิพากษาแก้ให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายประเภทนี้ ส่วนอื่นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
แนวทางนำไปใช้ คดีนี้แสดงว่าการเลิกจ้างอาจเป็นธรรมแต่ยังต้องจ่ายค่าชดเชยและเงินประเภทอื่น การอ้างว่าขาดทุนต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ยกคำว่าขาดทุนแล้วได้ผลเช่นนี้ทุกคดี คำพิพากษานี้เป็นของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ไม่ใช่ฎีกา และแหล่งเผยแพร่ที่ตรวจพบไม่ได้ยืนยันว่าคดีถึงที่สุดแล้ว
4 คำถามลูกจ้างเรื่องค่าชดเชยและการเลิกจ้าง

ยังไม่ผ่านทดลองงาน นายจ้างให้ออกโดยไม่จ่ายเงินได้หรือไม่
ต้องแยกสิทธิ หากอายุงานไม่ครบ 120 วัน โดยทั่วไปยังไม่มีค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่ค่าจ้างที่ทำงานแล้วและเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าอาจยังมีสิทธิ มาตรา 17 ถือสัญญาทดลองงานเป็นสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลา หากอายุงานครบ 120 วันแล้ว การเรียกว่าทดลองงานไม่ตัดค่าชดเชย
วิธีแก้ไข ตรวจวันเริ่มงานจริง รอบจ่ายค่าจ้าง และเหตุที่ให้ออก ไม่ตรวจเฉพาะวันที่ผ่านทดลองงาน
ไม่มีสัญญาจ้างเป็นหนังสือ ฟ้องได้หรือไม่
ได้ หากพิสูจน์ความสัมพันธ์การจ้างแรงงานได้ มาตรา 5 รับรองสัญญาที่ทำด้วยวาจาหรือโดยปริยาย
วิธีแก้ไข รวบรวมสลิปเงินเดือน รายการโอนเงิน ข้อความสั่งงาน ตารางงาน ประวัติประกันสังคม และพยานร่วมงาน
ถูกบังคับให้เขียนใบลาออก ยังเรียกร้องได้หรือไม่
ต้องตรวจว่าเป็นการลาออกโดยสมัครใจจริงหรือเป็นการเลิกจ้างที่ใช้ใบลาออกอำพราง เอกสารที่ลงชื่อแล้วมีผลต่อการพิสูจน์ แต่ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงเรื่องการบังคับหายไป
วิธีแก้ไข เก็บข้อความและเหตุการณ์ก่อนลงชื่อ บันทึกลำดับเวลา และแจ้งข้อเท็จจริงที่คัดค้านโดยเร็ว หากยังไม่ได้ลงชื่อ ควรขอสำเนาและเวลาอ่านก่อนตัดสินใจ
นายจ้างจ่ายค่าชดเชยครบแล้ว ฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้หรือไม่
อาจฟ้องได้ เพราะเป็นคนละสิทธิ แต่ต้องตรวจเหตุเลิกจ้างและข้อตกลงที่ลงนาม โดยเฉพาะสัญญาประนีประนอมและข้อความสละสิทธิ อย่าสรุปว่าการรับเงินทำให้หมดสิทธิทุกกรณี หรือว่าข้อความสละสิทธิไม่มีผลทุกกรณี
วิธีแก้ไข แยกการรับเงินที่ไม่มีข้อโต้แย้งออกจากการยุติข้อพิพาท และตรวจข้อความก่อนลงชื่อ
บริษัทปิดกิจการ ลูกจ้างยังมีสิทธิค่าชดเชยหรือไม่
โดยหลักมีสิทธิเมื่อเข้าเงื่อนไข มาตรา 118 รวมกรณีไม่ได้ทำงานและไม่ได้ค่าจ้างเพราะนายจ้างดำเนินกิจการต่อไม่ได้ การไม่มีเงินไม่ใช่เหตุยกเว้นตามมาตรา 119 แต่การติดตามรับเงินจริงขึ้นอยู่กับทรัพย์สินและสถานะกิจการ
วิธีแก้ไข ตรวจผู้เป็นนายจ้างตามกฎหมาย หนังสือรับรองบริษัท ทรัพย์สิน และสถานะเลิกกิจการหรือล้มละลาย เพื่อเลือกวิธีเรียกร้องให้ถูกต้อง
ขาดงาน 3 วัน นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเสมอไปหรือไม่
ไม่เสมอไป ต้องเป็น 3 วันทำงานติดต่อกันและไม่มีเหตุอันสมควร วันหยุดอาจคั่นได้ การเจ็บป่วยหรือเหตุฉุกเฉินต้องตรวจหลักฐานและการแจ้งนายจ้าง
วิธีแก้ไข เก็บใบรับรองแพทย์ หลักฐานเหตุฉุกเฉิน และข้อความที่แจ้งหัวหน้า
สัญญาจ้างปีต่อปี พอหมดสัญญาก็ไม่ได้ค่าชดเชยใช่หรือไม่
ไม่จำเป็น การสิ้นสุดสัญญากับการยกเว้นค่าชดเชยเป็นคนละประเด็น ข้อยกเว้นตามมาตรา 118 จำกัดงานโครงการเฉพาะที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราว หรือฤดูกาล ตามเงื่อนไขกฎหมาย งานต้องเสร็จไม่เกิน 2 ปีและทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง
วิธีแก้ไข ตรวจงานจริง ความต่อเนื่อง และสัญญาทุกฉบับ ไม่ดูเฉพาะชื่อสัญญาหรือวันสิ้นสุด
5 คำถามนายจ้างเรื่องการเลิกจ้างและหนังสือเตือน
ลูกจ้างทำงานไม่ถึงเป้า เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่
การทำงานไม่ถึงเป้าไม่ใช่เหตุในมาตรา 119 โดยอัตโนมัติ ต้องแยกความสามารถในการทำงานออกจากการฝ่าฝืนคำสั่งหรือความผิดร้ายแรง
วิธีแก้ไข กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและเหมาะสม แจ้งผลประเมิน เปิดโอกาสชี้แจงและปรับปรุงตามข้อบังคับ หากเลิกจ้างต้องคำนวณเงินที่มีหน้าที่จ่าย และตรวจความเป็นธรรมด้วย
ต้องเตือน 3 ครั้งก่อนเลิกจ้างหรือไม่
กฎหมายไม่ได้กำหนดทั่วไปว่าต้องเตือน 3 ครั้ง มาตรา 119(4) ต้องตรวจหนังสือเตือนที่ชอบ การกระทำผิดซ้ำคำเตือน และอายุคำเตือน ไม่ใช่เตือนครั้งแรกแล้วเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยสำหรับความผิดไม่ร้ายแรงครั้งเดียวกันได้ทันที ส่วนความผิดร้ายแรงไม่จำเป็นต้องเตือน แต่ข้อบังคับหรือข้อตกลงของกิจการอาจมีขั้นตอนเพิ่มเติม
วิธีแก้ไข ระบุข้อเท็จจริง วันที่เกิดเหตุ ระเบียบที่ฝ่าฝืน สิ่งที่ต้องแก้ไข และคำเตือนเรื่องการทำผิดซ้ำ เก็บหลักฐานการแจ้ง ไม่ใช้เพียงคำว่าเตือนครั้งที่หนึ่งโดยไม่มีรายละเอียด
ลูกจ้างไม่ยอมเซ็นหนังสือเตือน ต้องทำอย่างไร
การไม่เซ็นไม่ใช่คำตอบเพียงอย่างเดียวว่าหนังสือเตือนใช้ไม่ได้ ต้องพิสูจน์ว่ามีหนังสือเตือนที่มีเนื้อหาถูกต้องและได้แจ้งให้ลูกจ้างทราบจริง
วิธีแก้ไข บันทึกการส่งมอบและการปฏิเสธลงชื่อ มีพยาน และใช้ช่องทางส่งที่ตรวจสอบการรับได้ เปิดโอกาสให้ลูกจ้างยื่นคำชี้แจง ไม่ปลอมลายมือชื่อหรือแก้วันย้อนหลัง
ธุรกิจขาดทุน ลดจำนวนพนักงานได้หรือไม่
อาจทำได้เมื่อมีเหตุทางธุรกิจจริง แต่ต้องจ่ายสิทธิที่เกี่ยวข้องและตรวจความเป็นธรรมของการเลือกคน หากเป็นการปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิต การจำหน่าย หรือบริการ เนื่องจากใช้หรือเปลี่ยนเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีจนต้องลดคน ต้องตรวจมาตรา 121–122 เพิ่มเติม ไม่ใช้หลัก 60 วันของกรณีนี้กับการลดคนทุกเหตุ
วิธีแก้ไข เตรียมหลักฐานผลประกอบการ โครงสร้างงาน เกณฑ์เลือกคนและทางเลือกที่พิจารณา คำนวณสิทธิปกติและสิทธิพิเศษก่อนแจ้ง
หักค่าความเสียหายจากเงินเดือนสุดท้ายได้เลยหรือไม่
ไม่ได้หักได้ตามใจ ต้องตรวจมาตรา 76–77 รวมถึงฐานการหัก เงื่อนไขความยินยอมเป็นหนังสือ และข้อจำกัดของกฎหมาย อย่านำการกล่าวหาว่าเสียหายมาแทนหลักฐานและการพิสูจน์จำนวนหนี้
วิธีแก้ไข แยกรายการค่าจ้างกับข้อเรียกร้องค่าเสียหาย ตรวจการหักที่ทำได้โดยชอบ และดำเนินการเรียกร้องส่วนที่ยังโต้แย้งตามกระบวนการ
เลิกจ้างลูกจ้างเพราะตั้งครรภ์ได้หรือไม่
มาตรา 43 ห้ามเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ ส่วนเหตุอื่นต้องพิสูจน์ว่าเป็นเหตุจริงและไม่ใช้บังหน้าเพื่อตัดสิทธิ
วิธีแก้ไข ตรวจเหตุและหลักฐานอย่างรอบคอบ รวมถึงสิทธิการลาและข้อจำกัดการทำงานตามกฎหมายที่ใช้ในขณะนั้น
6 ถูกเลิกจ้างต้องทำอย่างไร ขั้นตอนเรียกร้องสิทธิ

ขั้นที่หนึ่ง เก็บหลักฐานทันที
บันทึกวันและวิธีแจ้งเลิกจ้าง ผู้แจ้ง เหตุที่อ้าง และวันที่ให้หยุดงาน เก็บหนังสือเลิกจ้าง สัญญา ข้อบังคับ หนังสือเตือน ผลประเมิน สลิปเงินเดือน หลักฐานโอนเงิน เวลาเข้าออกงาน และข้อความที่เกี่ยวข้อง เก็บหลักฐานโดยชอบ ไม่เข้าระบบที่หมดสิทธิเข้าใช้หรือดึงข้อมูลผู้อื่นเกินจำเป็น
ขั้นที่สอง ทำตารางเงินแต่ละประเภท
แยกค่าจ้างค้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย เงินแทนการบอกกล่าว วันพักผ่อน และค่าเสียหายไม่เป็นธรรม ระบุเงินที่ได้รับแล้ว เพื่อไม่เรียกซ้ำ พร้อมตรวจวันครบกำหนดและอายุความแต่ละรายการ
ขั้นที่สาม ขอคำชี้แจงและเจรจา
ส่งหนังสือขอเหตุเลิกจ้างและรายละเอียดเงิน อาจกำหนดให้ตอบใน 7–15 วันตามความเหมาะสม ระยะเวลานี้เป็นกรอบเจรจา ไม่ใช่กำหนดตามกฎหมาย และไม่เลื่อนวันชำระเงินหรือหยุดอายุความโดยอัตโนมัติ
หากตกลงกันได้ ควรระบุรายการเงิน วันจ่าย วิธีจ่าย ผลเมื่อผิดนัด และขอบเขตการยุติข้อพิพาทให้ชัดเจน
ขั้นที่สี่ เลือกช่องทางให้ตรงกับสิทธิ
หากเป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน อาจยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานตามมาตรา 123 ในท้องที่ที่ทำงานหรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา หรือเลือกฟ้องศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจ
หากต้องการค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหรือขอรับกลับเข้าทำงาน ต้องนำประเด็นไปสู่ศาลแรงงานตามมาตรา 49 พนักงานตรวจแรงงานไม่มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายประเภทนี้
หากเลือกยื่นคำร้องแล้ว ต้องติดตามคำสั่งและกำหนดโต้แย้ง ไม่ยื่นเรื่องเงินรายการเดียวกันซ้ำหลายช่องทางโดยไม่ตรวจผลทางคดี
ขั้นที่ห้า ติดตามการพิจารณาและการรับเงิน
ให้ถ้อยคำ ส่งเอกสารตามกำหนด และจดวันที่ทราบคำสั่ง หากใช้ศาล เตรียมคำฟ้อง รายการคำนวณและพยาน เข้าร่วมไกล่เกลี่ย หากไม่ตกลงกันจึงพิจารณาคดี เมื่อมีคำพิพากษาหรือข้อตกลงแล้วอีกฝ่ายไม่ชำระ ต้องตรวจการบังคับคดีต่อไป
7 ขั้นตอนเลิกจ้างที่นายจ้างควรตรวจสอบ
- ตรวจข้อเท็จจริง สัญญา ข้อบังคับ และเหตุเลิกจ้างก่อนตัดสินใจ
- สอบสวนและเปิดโอกาสชี้แจงตามขั้นตอนที่กิจการมีหน้าที่ปฏิบัติ
- ตรวจว่ามีเหตุยกเว้นค่าชดเชยจริงหรือไม่ และตรวจความเป็นธรรมแยกอีกส่วน
- คำนวณเงินแต่ละประเภทและกำหนดชำระ รวมสิทธิพิเศษถ้าเข้าเงื่อนไข
- จัดทำหนังสือเลิกจ้างที่ระบุข้อเท็จจริง วันที่มีผล และรายการเงิน หากอ้างมาตรา 119 ต้องแจ้งเหตุขณะเลิกจ้าง
- จ่ายเงินที่ถึงกำหนดและจัดเก็บหลักฐาน ส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- หากได้รับคำร้องหรือคำสั่ง ให้จัดผู้รับผิดชอบตอบและบันทึกกำหนดเวลา หากฟ้องโต้แย้งคำสั่งตามมาตรา 125 ต้องวางเงินตามกฎหมายด้วย
8 อายุความและกำหนดเวลาเรียกร้องสิทธิเมื่อถูกเลิกจ้าง

| เรื่อง | กำหนดหรือหลักที่ใช้ |
|---|---|
| เงินตามมาตรา 70 วรรคท้ายเมื่อเลิกจ้าง | ภายใน 3 วันนับแต่เลิกจ้าง ครอบคลุมเงินตามพระราชบัญญัติด้วย ต้องตรวจบทกำหนดเวลาเฉพาะประกอบ |
| ค่าชดเชยตามมาตรา 118 | เป็นสิทธิเมื่อเลิกจ้าง ควรจัดจ่ายพร้อมเลิกจ้าง โดยอ่านมาตรา 9, 70 และ 118 ประกอบ ไม่ควรใช้แนวคำพิพากษาก่อนแก้มาตรา 70 มาสรุปกำหนดเวลาปัจจุบันโดยลำพัง |
| เงินตามมาตรา 17/1 | จ่ายในวันที่ให้ลูกจ้างออกจากงาน |
| พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนและมีคำสั่ง | ภายใน 60 วันนับแต่รับคำร้อง ขอขยายได้ไม่เกิน 30 วันตามเงื่อนไขมาตรา 124 |
| ชำระเงินตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน | ภายใน 30 วันนับแต่ทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งตามมาตรา 124 |
| นำคดีโต้แย้งคำสั่งไปศาล | ภายใน 30 วันนับแต่ทราบคำสั่งตามมาตรา 125 มิฉะนั้นคำสั่งเป็นที่สุด |
| ค่าจ้างและสินจ้างอื่นที่เข้าเกณฑ์ ป.พ.พ. มาตรา 193/34(9) | โดยทั่วไป 2 ปี ต้องตรวจสิทธิแต่ละรายการ |
| ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าว และค่าเสียหายไม่เป็นธรรม | แนวฎีกาที่ 6786/2548 ใช้ 10 ปีตามมาตรา 193/30 ต้องตรวจวันเริ่มบังคับสิทธิและเหตุสะดุดหยุดลง |
| ระยะเวลาศาลแรงงานจนคดีสิ้นสุด | ไม่มีจำนวนเดือนตายตัว ขึ้นกับการส่งหมาย ไกล่เกลี่ย พยาน และการอุทธรณ์หรือฎีกา |
| ระยะเวลาบังคับคดีให้ได้รับเงินจริง | ขึ้นกับทรัพย์สินและการปฏิบัติตามคำพิพากษา ไม่เท่ากับเวลาพิจารณาคดี |
ฐานกฎหมายของกำหนดข้างต้น ได้แก่ มาตรา 9, 17/1, 70, 118, 124–125 และแนวฎีกาที่ 6786/2548
ข้อควรระวัง กำหนด 30 วันในการโต้แย้งคำสั่งเป็นคนละเรื่องกับอายุความเรียกร้องเดิม อย่ารอเพราะเข้าใจว่ายังมีเวลา 10 ปี และอย่าถือว่าหนังสือทวงถามหรือการเจรจาทำให้อายุความสะดุดหยุดลงทุกกรณี
กรอบเตรียมงานที่แนะนำคือ เก็บหลักฐานในวันแรก ทำตารางสิทธิภายในสัปดาห์แรก และเริ่มเจรจาหรือเลือกช่องทางโดยเร็ว กรอบนี้เป็นคำแนะนำในการจัดการงาน ไม่ใช่สิทธิให้รอจ่ายเงินหรือกำหนดบังคับของหน่วยงาน
9 เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อเรียกร้องสิทธิหรือฟ้องศาลแรงงาน
- บัตรประจำตัวและข้อมูลติดต่อของคู่กรณี
- สัญญาจ้างและเอกสารต่อสัญญาทุกฉบับ
- วันเริ่มงาน วันเลิกจ้าง และรอบจ่ายค่าจ้าง
- สลิปเงินเดือน รายการโอนและรายละเอียดเงินประจำ
- หนังสือเลิกจ้าง หนังสือเตือน ผลประเมิน และคำชี้แจง
- ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง
- บันทึกเวลางาน ค่าล่วงเวลา และสิทธิพักผ่อนที่เหลือ
- ข้อความ อีเมล และรายชื่อพยานที่เกี่ยวข้อง
- ใบรับเงินและข้อตกลงที่ลงชื่อแล้ว
- คำร้องหรือคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน พร้อมวันที่รับทราบ
ติดต่อทนายโซเชียล
หากคุณเป็นลูกจ้างที่ต้องการตรวจสอบเงินเมื่อถูกเลิกจ้าง หรือเป็นนายจ้างที่ต้องการวางขั้นตอนเลิกจ้างให้ถูกต้อง สามารถติดต่อทนายโซเชียลเพื่อตรวจสัญญา เหตุเลิกจ้าง หลักฐาน และคำนวณสิทธิก่อนเจรจาหรือดำเนินคดี
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ผลของแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และกฎหมายที่ใช้กับการจ้างนั้น
บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ
