แรงงาน

ลูกจ้างทำของเสียหาย นายจ้างหักเงินเดือนได้แค่ไหน? และเก็บเงินประกันการทำงานได้ไหม

โดย ทีมทนายความ ทนายโซเชียล··อ่าน 8 นาที
ลูกจ้างทำของเสียหาย นายจ้างหักเงินเดือนได้แค่ไหน? และเก็บเงินประกันการทำงานได้ไหม

นายจ้างหักเงินเดือนลูกจ้างได้หรือไม่ เมื่อลูกจ้างทำของเสียหาย? หักได้ แต่ต้องเป็นความเสียหายที่ลูกจ้าง ก่อเองโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ต้องมี หนังสือยินยอมที่ลูกจ้างลงลายมือชื่อ และหักได้ไม่เกิน ร้อยละ 10 ของค่าจ้างงวดนั้น ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 76 และ 77 ถ้าไม่ครบเงื่อนไข เงินที่หักไปต้องคืนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

สรุปสั้น

  • หลักคือห้ามหักค่าจ้าง เว้นแต่ 5 กรณีตามมาตรา 76
  • หักชดใช้ความเสียหายได้เฉพาะที่ลูกจ้างก่อเองโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
  • ต้องมีหนังสือยินยอมลงลายมือชื่อ (มาตรา 77) หักไม่เกิน 10% ต่องวด รวมทุกรายการไม่เกิน 1/5
  • หักหนี้ของคนอื่น แม้ลูกจ้างยินยอม ก็หักไม่ได้ (ฎีกาที่ 1458/2548)
  • เงินประกันการทำงานเก็บได้เฉพาะงานที่ดูแลเงินหรือทรัพย์สิน ไม่เกิน 60 เท่าของค่าจ้างรายวัน คืนภายใน 7 วัน

พนักงานขับรถบริษัทชน เงินในลิ้นชักขาด สินค้าหาย นายจ้างส่วนใหญ่คิดว่า “หักจากเงินเดือนได้เลย” ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องที่นายจ้างถูกร้องเรียนบ่อย กฎหมายอนุญาตให้หักได้ แต่มีเงื่อนไขที่ต้องครบทุกข้อ และศาลตีความเคร่งครัด

1. หลักคือ “ห้ามหัก” เว้นแต่ 5 กรณี

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 76 ห้ามนายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่หักเพื่อ

หักเงินเดือนลูกจ้างได้เฉพาะ 5 กรณีตามมาตรา 76 พร้อมเงื่อนไขแต่ละกรณี
# กรณีที่หักได้ ต้องได้รับความยินยอม เพดาน
(1) ภาษีเงินได้ที่ลูกจ้างต้องจ่าย หรือเงินอื่นตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ต้อง ไม่มี
(2) ค่าบำรุงสหภาพแรงงาน ตามข้อบังคับสหภาพ ไม่เกินร้อยละ 10
(3) หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหนี้สวัสดิการที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างฝ่ายเดียว ต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้า ไม่เกินร้อยละ 10
(4) เงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ความเสียหายที่ลูกจ้างก่อโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ต้องได้รับความยินยอม ไม่เกินร้อยละ 10
(5) เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามข้อตกลงกองทุน ไม่เกินร้อยละ 10

การหักตาม (2) ถึง (5) แต่ละกรณีหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับในงวดนั้น และรวมกันไม่เกินหนึ่งในห้า เว้นแต่ลูกจ้างยินยอม

2. ความยินยอมต้องเป็นหนังสือ และต้องชัดเจน

มาตรา 77 กำหนดว่าเมื่อการหักตามมาตรา 76 ต้องได้รับความยินยอม “นายจ้างต้องจัดทำเป็นหนังสือและให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อ” และความยินยอมต้องชัดแจ้งเฉพาะเรื่องนั้น ข้อความกว้างๆ ในสัญญาจ้างว่า “ยินยอมให้หักค่าจ้างได้ทุกกรณี” จึงเสี่ยงที่จะใช้ไม่ได้ ควรทำหนังสือแยกหลังเกิดเหตุ ระบุเหตุการณ์ จำนวนเงิน จำนวนงวด และยอดหักต่องวด

ตัวอย่างคำนวณการหักเงินเดือน 15,000 บาท ค่าเสียหาย 6,000 บาท หักได้ไม่เกิน 10% ต่องวด

ตัวอย่างคำนวณ: เงินเดือน 15,000 บาท ค่าเสียหาย 6,000 บาท หักได้เดือนละไม่เกิน 1,500 บาท ใช้เวลา 4 เดือน ถ้าเดือนเดียวกันมีหักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 750 บาทด้วย ยอดหักรวมต้องไม่เกิน 3,000 บาท (หนึ่งในห้า)

3. ศาลตีความเคร่งครัด: ต้องเป็นความเสียหายที่ลูกจ้างก่อเอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2548 ลูกจ้างตำแหน่งพนักงานขับรถลงชื่อยินยอมให้นายจ้างหักค่าจ้าง 180,000 บาท เพื่อชดใช้ความเสียหายที่ สามีของตน ก่อแก่นายจ้าง นายจ้างหักไปแล้ว 98,000 บาท ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2548 ลูกจ้างเซ็นยินยอมแล้ว ก็ยังหักเงินเดือนไม่ได้
  • ข้อยกเว้นตามมาตรา 76 (4) มุ่งหมายถึงความเสียหายที่ตัวลูกจ้างเป็นผู้กระทำเท่านั้น
  • “เงินอื่นตามที่กฎหมายกำหนด” ใน (1) หมายถึงหนี้ที่กฎหมายกำหนดให้หัก ไม่ใช่หนี้ที่ตกลงกันเอง
  • แม้ลูกจ้างเซ็นยินยอม นายจ้างก็หักไม่ได้ ต้องคืน 98,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

บทเรียนสำหรับนายจ้าง: ความยินยอมไม่ช่วย ถ้าการหักนั้นไม่เข้า 5 กรณีของมาตรา 76 หนี้ของคนในครอบครัว ผู้ค้ำประกัน หรือความเสียหายที่ไม่รู้ตัวผู้ทำ หักจากเงินเดือนไม่ได้

4. หักเงินแบบไหนที่ไม่เข้าข้อยกเว้น

  • หัก “ค่าปรับ” เพราะมาสาย ลืมสแกนนิ้ว หรือฝ่าฝืนระเบียบ ไม่อยู่ใน 5 กรณีของมาตรา 76 นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับเวลาที่ไม่ได้ทำงานได้ แต่ปรับเป็นเงินไม่ได้ ได้แต่ลงโทษทางวินัยตามข้อบังคับ
  • หักค่าชุดยูนิฟอร์ม ค่าอบรม หรือค่าอุปกรณ์ทำงาน ไม่ใช่หนี้สหกรณ์หรือสวัสดิการที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างฝ่ายเดียว จึงเสี่ยงไม่เข้า (3)
  • หารเฉลี่ยความเสียหายให้พนักงานทั้งแผนกโดยไม่รู้ตัวผู้ทำ ขัดกับหลักในฎีกาที่ 1458/2548
  • ความผิดพลาดธรรมดาจากการทำงาน เช่น แก้วหลุดมือตอนล้าง ไม่ใช่ “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง”

ผลคือเงินที่หักไปถือเป็นค่าจ้างค้างจ่าย ต้องคืนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และถ้าจงใจไม่คืนโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุก 7 วัน (มาตรา 9)

ลูกจ้างที่ลาออกกะทันหัน ห้ามหักเงินเดือนเป็นค่าปรับเช่นกัน อ่าน ลูกจ้างลาออกไม่แจ้งล่วงหน้า นายจ้างทำอะไรได้บ้าง

5. เงินประกันการทำงาน: เก็บได้เฉพาะบางตำแหน่ง

มาตรา 10 (แก้ไขโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551) ห้ามนายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายจากลูกจ้าง เว้นแต่งานที่ลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สิน ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง พ.ศ. 2551 สาระสำคัญคือ

เงินประกันการทำงาน เก็บได้เฉพาะงานที่ดูแลเงินหรือทรัพย์สิน ตามมาตรา 10
เรื่อง หลักเกณฑ์
ตำแหน่งที่เก็บได้ สมุห์บัญชี พนักงานเก็บหรือจ่ายเงิน ผู้ดูแลของมีค่า (เพชร ทอง เงิน ไข่มุก) ผู้เฝ้าหรือดูแลสถานที่หรือทรัพย์สิน พนักงานติดตามหนี้ พนักงานที่รับผิดชอบยานพาหนะ และผู้ควบคุมเงินหรือทรัพย์สินในงานคลังสินค้า ขาย ให้กู้ รับจำนำ ประกันภัย หรือธนาคาร
รูปแบบ เงินสด ทรัพย์สิน (เช่น สมุดบัญชีเงินฝาก หนังสือค้ำประกันธนาคาร) หรือบุคคลค้ำประกัน
จำนวนสูงสุด ไม่เกิน 60 เท่าของค่าจ้างเฉลี่ยต่อวัน
การคืน ภายใน 7 วันนับแต่เลิกจ้าง ลูกจ้างลาออก หรือสัญญาสิ้นสุด พร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) (มาตรา 10 วรรคสอง)
โทษถ้าฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 144)

เงินประกันที่เก็บจากตำแหน่งอื่น เช่น พนักงานฝ่ายผลิตหรือพนักงานสำนักงานทั่วไป เป็นการเก็บที่ผิดกฎหมาย ต้องคืนทั้งหมด

6. ถ้าลูกจ้างไม่ยอมเซ็นยินยอม

หักเองไม่ได้ ระหว่างเป็นลูกจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเต็ม แล้วเรียกค่าเสียหายแยกต่างหาก เริ่มจากหนังสือทวงถาม ถ้าไม่ได้ผลฟ้องศาลแรงงาน หลังสิ้นสุดการจ้างแล้ว ถ้าลูกจ้างยอมรับยอดหนี้แล้ว นายจ้างหักกลบลบหนี้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341 (ฎีกาที่ 7390/2548) หากความเสียหายร้ายแรง เช่น ยักยอกเงิน อาจเป็นทั้งเหตุเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 (1) และคดีอาญา

ระวัง: คำว่า “ทุจริต” ตามมาตรา 119 (1) ศาลตีความตามข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3589/2546 พนักงานขับรถยกรับเงิน 100 บาทที่ลูกค้าวางไว้ให้หลังทำงานเสร็จ แม้บริษัทมีคำสั่งห้ามรับ ศาลวินิจฉัยว่าไม่ใช่การทุจริตหรือฝ่าฝืนข้อบังคับกรณีร้ายแรง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย 180 วันพร้อมดอกเบี้ย

ถ้าลูกจ้างไม่ยอมชดใช้และต้องดำเนินคดี อ่าน ลูกหนี้ไม่ยอมจ่ายหนี้ ทำอย่างไร · สิทธิและหน้าที่ของนายจ้าง ลูกจ้าง

7. เช็กลิสต์ก่อนหักเงินเดือน

  • ความเสียหายเกิดจากตัวลูกจ้างคนนี้เอง มีหลักฐานว่าจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
  • มีหนังสือยินยอม ลงลายมือชื่อลูกจ้าง ระบุเหตุการณ์และจำนวนเงิน
  • ยอดหักไม่เกินร้อยละ 10 ต่องวด และรวมการหักอื่นไม่เกินหนึ่งในห้า
  • แสดงรายการหักในสลิปเงินเดือนทุกงวด
  • ถ้าเก็บเงินประกัน ตำแหน่งนั้นอยู่ในประกาศกระทรวง และเก็บไม่เกิน 60 เท่าของค่าจ้างเฉลี่ยต่อวัน

คำถามที่พบบ่อยเรื่องนายจ้างหักเงินเดือนลูกจ้าง

ลูกจ้างค้ำประกันเพื่อนร่วมงาน หักเงินเดือนผู้ค้ำได้ไหม?

เสี่ยงมาก เพราะตามฎีกาที่ 1458/2548 ข้อยกเว้นใช้เฉพาะความเสียหายที่ลูกจ้างคนนั้นก่อเอง ควรเรียกจากผู้ค้ำในฐานะหนี้ค้ำประกันแยกต่างหาก

เก็บเงินประกันโดยหักเงินเดือนทุกเดือนได้ไหม?

ได้เฉพาะตำแหน่งที่กฎหมายอนุญาต ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ หักได้ไม่เกินร้อยละ 10 ต่องวด และรวมทั้งหมดไม่เกิน 60 เท่าของค่าจ้างเฉลี่ยต่อวัน

หักค่าเสียหายจากค่าชดเชยตอนเลิกจ้างได้ไหม?

ตามฎีกาที่ 7390/2548 หักกลบลบหนี้ได้เมื่อหนี้ไม่มีข้อต่อสู้ ถ้าลูกจ้างโต้แย้งจำนวน นายจ้างต้องจ่ายก่อนแล้วไปฟ้องเรียกคืน

สรุปจากทนาย

นายจ้างหักเงินเดือนลูกจ้างได้เฉพาะ 5 กรณีตามมาตรา 76 และศาลตีความเคร่งครัด ความยินยอมของลูกจ้างไม่ได้ทำให้การหักที่ไม่เข้าข้อยกเว้นกลายเป็นการหักที่ชอบ ก่อนหักทุกครั้งให้ตรวจเช็กลิสต์ในบทความนี้ ถ้าไม่แน่ใจ ให้จ่ายค่าจ้างเต็มแล้วเรียกค่าเสียหายแยกต่างหาก ผลของแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ

ปรึกษาคดีแรงงานสำหรับนายจ้าง บริษัท ทนายโซเชียล จำกัด โทร 095-169-9998

ปรึกษาคดีแรงงาน ร่างสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน และหนังสือเลิกจ้าง
บริษัท ทนายโซเชียล จำกัด “เราไม่ได้เก่งกว่าใคร แต่เราช่วยคุณได้”
โทร 095-169-9998 · LINE เพิ่มเพื่อน · บริการร่างเอกสารออนไลน์

อ้างอิง: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9, 10, 76, 77, 119, 144 · ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงาน พ.ศ. 2551 · ป.พ.พ. มาตรา 341 · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2548, 3589/2546, 7390/2548

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

แชตกับทนาย โทรหาทนาย