แรงงาน

จ้างฟรีแลนซ์ ทำสัญญาจ้างทำของ แต่ศาลชี้ว่าเป็นลูกจ้าง นายจ้างต้องรับผิดอะไรบ้าง

โดย ทีมทนายความ ทนายโซเชียล··อ่าน 10 นาที
จ้างฟรีแลนซ์ ทำสัญญาจ้างทำของ แต่ศาลชี้ว่าเป็นลูกจ้าง นายจ้างต้องรับผิดอะไรบ้าง

จ้างทำของ หรือ จ้างแรงงาน ดูจากอะไร? ศาลไม่ได้ดูชื่อสัญญา แต่ดูว่าผู้ว่าจ้างมี อำนาจบังคับบัญชา คนทำงานจริงหรือไม่ ถ้าสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้า-ออก และลงโทษได้เหมือนพนักงาน แม้จะเรียกว่า “ฟรีแลนซ์” และหัก ณ ที่จ่าย 3% ศาลแรงงานก็อาจชี้ว่าเป็น ลูกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยและรับภาระตามกฎหมายแรงงานทั้งหมด

สรุปสั้น

  • จ้างแรงงาน (ป.พ.พ. มาตรา 575) จ่ายเพื่อแรงงาน มีอำนาจบังคับบัญชา · จ้างทำของ (มาตรา 587) จ่ายเพื่อผลสำเร็จของงาน
  • ชื่อสัญญาและเอกสารภาษีเป็นเพียงหลักฐานประกอบ (ฎีกาที่ 5281/2545, 812/2548)
  • เงินเดือนคงที่ไม่ใช่ข้อชี้ขาด ถ้าทำงานอย่างอิสระ (ฎีกาที่ 6783/2548)
  • ใช้ผู้รับเหมาค่าแรง ผู้ประกอบกิจการถือเป็นนายจ้าง และต้องให้สวัสดิการเป็นธรรม (มาตรา 11/1)
  • ถ้าศาลชี้ว่าเป็นลูกจ้าง ต้องจ่ายค่าชดเชย 30–400 วัน และย้อนไปขึ้นทะเบียนประกันสังคม

ปัญหาที่นายจ้างเจอจริง

ธุรกิจจำนวนมากเลือกจ้างคนทำงานแบบ “ฟรีแลนซ์” หรือ “ผู้รับจ้างอิสระ” เพื่อลดภาระ ไม่ต้องเข้าประกันสังคม ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ไม่ต้องให้วันหยุดพักร้อน ทำสัญญาชื่อ “สัญญาจ้างทำของ” หรือ “สัญญาจ้างเหมาบริการ” หัก ณ ที่จ่าย 3% ให้ออกใบแจ้งหนี้ทุกเดือน แต่ในทางปฏิบัติกลับกำหนดเวลาเข้างาน ให้ลงเวลา ให้ใส่ชุดบริษัท สั่งงานรายวัน และลงโทษเมื่อมาสาย เมื่อเลิกจ้าง คนทำงานไปฟ้องศาลแรงงาน แล้วนายจ้างก็แปลกใจที่ศาลวินิจฉัยว่าเป็น “ลูกจ้าง”

หลักสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ ชื่อสัญญาไม่ใช่ตัวตัดสิน ศาลดูข้อเท็จจริงว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริงเป็นแบบใด

เรื่องจ้างทำของที่เกี่ยวข้อง: ผู้ว่าจ้างยอมรับมอบงานโดยมิได้อิดเอื้อน · ผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำอย่างไร

ข้อกฎหมาย: จ้างแรงงาน vs จ้างทำของ

  • ป.พ.พ. มาตรา 575 (จ้างแรงงาน): ลูกจ้างตกลงทำงานให้นายจ้าง นายจ้างตกลงให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้ สาระสำคัญคือ “ตัวแรงงาน” และ “อำนาจบังคับบัญชา”
  • ป.พ.พ. มาตรา 587 (จ้างทำของ): ผู้รับจ้างตกลงทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จ ผู้ว่าจ้างตกลงให้สินจ้างเพื่อ “ผลสำเร็จของงาน” ผู้รับจ้างมีอิสระในวิธีทำงาน
  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5: “ลูกจ้าง” คือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง “ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร” และ “ค่าจ้าง” คือเงินที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร

ปัจจัยที่ศาลใช้ชี้ขาด

ปัจจัย ชี้ไปทาง “ลูกจ้าง” ชี้ไปทาง “ผู้รับจ้างอิสระ”
อำนาจบังคับบัญชา ต้องทำตามคำสั่ง มีหัวหน้า ถูกลงโทษทางวินัยได้ ตัดสินใจวิธีทำงานเอง ผู้ว่าจ้างตรวจแค่ผลงาน
เวลาและสถานที่ กำหนดเวลาเข้า-ออก ลงเวลา ต้องมาออฟฟิศ เลือกเวลาและสถานที่เอง
ค่าตอบแทน จ่ายตามเวลา รายเดือนคงที่ ไม่ขึ้นกับผลงาน จ่ายตามชิ้นงาน/ผลสำเร็จ ส่งงานไม่ผ่านไม่ได้เงิน
เครื่องมือและต้นทุน บริษัทออกอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผู้รับจ้างใช้อุปกรณ์ของตนเอง แบกต้นทุนเอง
ตัวบุคคล ต้องทำเอง ห้ามให้คนอื่นทำแทน ส่งคนอื่นทำแทนหรือจ้างช่วงได้
ความเป็นธุรกิจของตน ทำงานให้บริษัทเดียว เป็นส่วนหนึ่งของงานประจำ รับงานหลายเจ้า มีลูกค้าของตนเอง
ปัจจัยที่ศาลใช้ชี้ขาด ลูกจ้างหรือผู้รับจ้างอิสระ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 และ 587

ไม่มีปัจจัยใดชี้ขาดโดยลำพัง ศาลพิจารณาภาพรวม แต่ อำนาจบังคับบัญชา เป็นปัจจัยที่ศาลให้น้ำหนักมากที่สุด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกาที่ 5281/2545 (ที่ปรึกษาการตลาด): สัญญาระบุเป็นที่ปรึกษา เงินที่จ่ายเรียกว่า “ค่าธรรมเนียม” ศาลวางหลักว่าต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงไม่ใช่ชื่อเรียก ในคดีนี้ข้อเท็จจริงที่บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% และออกใบสำคัญจ่ายในลักษณะ “ค่าบริการ” ประกอบกับไม่ได้อยู่ใต้อำนาจบังคับบัญชา สนับสนุนว่าเป็นผู้รับจ้างอิสระ ไม่ใช่ลูกจ้าง

คำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องฟรีแลนซ์เป็นลูกจ้างหรือไม่ 5281/2545 812/2548 6783/2548 7038/2544

ฎีกาที่ 812/2548: การที่ผู้ว่าจ้างหักเงินสมทบประกันสังคมและภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินที่จ่ายให้ ไม่ได้ทำให้ผู้นั้นกลายเป็นลูกจ้าง หากผู้ว่าจ้างไม่มีอำนาจบังคับบัญชาสั่งการ

ฎีกาที่ 6783/2548: ผู้จัดการที่ทำงานอย่างอิสระ ไม่อยู่ใต้การบังคับบัญชา แม้ได้รับเงินคงที่เดือนละ 50,000 บาท ก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ชี้ขาดว่าเป็นลูกจ้าง

ฎีกาที่ 7038/2544: กรรมการผู้จัดการซึ่งเป็นผู้แทนนิติบุคคล ไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัท

สิ่งที่นายจ้างควรอ่านจากฎีกาเหล่านี้: เอกสารทางภาษีและชื่อสัญญาเป็นเพียง “หลักฐานประกอบ” ทั้งสองทาง ฎีกา 812/2548 แสดงว่าแม้หักประกันสังคมก็ยังไม่ใช่ลูกจ้างได้ ในทางกลับกัน ถ้าหัก 3% แต่สั่งงานเหมือนพนักงาน ศาลก็ชี้ว่าเป็นลูกจ้างได้เช่นกัน สิ่งที่ตัดสินคือ อำนาจบังคับบัญชาในข้อเท็จจริง

กรณีผู้รับเหมาค่าแรง (Outsource) – มาตรา 11/1

ถ้าบริษัทใช้บริษัทจัดหาคน (ผู้รับเหมาค่าแรง) ส่งคนมาทำงานที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของบริษัท และอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 11/1 (เพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551) กำหนดให้ ผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้าง ของคนเหล่านั้น และต้องจัดให้ได้รับ สิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ เมื่อเทียบกับลูกจ้างตรงที่ทำงานลักษณะเดียวกัน ปัญหาที่พบบ่อยคือพนักงาน outsource ไม่ได้โบนัส/ค่าอาหาร/ค่ารถเท่าพนักงานประจำ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่จะถูกเรียกส่วนต่างย้อนหลัง

กฎหมายใหม่: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568

ฉบับที่ 9 มีผลใช้บังคับ 7 ธันวาคม 2568 นอกจากขยายสิทธิลาคลอดเป็น 120 วัน ยังเพิ่ม มาตรา 4/1 เกี่ยวกับผู้ที่ทำงานให้ หน่วยงานของรัฐ ในรูปแบบ “จ้างเหมาบริการ” โดยให้พิจารณาจากลักษณะความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริง และให้ศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาข้อพิพาท ทั้งนี้รายละเอียดการคุ้มครองต้องเป็นไปตาม กฎกระทรวง ที่ออกตามมา

แม้มาตรานี้มุ่งที่หน่วยงานของรัฐ แต่สะท้อนแนวนโยบายชัดเจนว่า กฎหมายมองที่ความสัมพันธ์จริง ไม่ใช่ชื่อสัญญา ซึ่งสอดคล้องกับหลักที่ศาลแรงงานใช้กับภาคเอกชนมาโดยตลอด

ถ้าศาลชี้ว่าเป็นลูกจ้าง นายจ้างต้องรับผิดอะไรบ้าง

รายการ ฐานกฎหมาย สาระ
ค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.118 30 / 90 / 180 / 240 / 300 / 400 วัน ตามอายุงาน (120 วัน ถึง 20 ปีขึ้นไป)
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ม.17, ม.17/1 ถ้าเลิกจ้างทันทีโดยไม่บอกกล่าวตามกฎหมาย
ค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปี ม.30, ม.67 วันหยุดที่ยังไม่ได้ใช้
ค่าล่วงเวลา/ค่าทำงานในวันหยุด ม.61–63 ถ้าทำงานเกินเวลาตามที่กำหนด
ดอกเบี้ย/เงินเพิ่ม ม.9 ดอกเบี้ย 15% ต่อปี และถ้าจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร เงินเพิ่ม 15% ทุก 7 วัน
ค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ม.49 หากเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ประกันสังคม พ.ร.บ.ประกันสังคม ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน นำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้าส่งช้ามีเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน (ม.34, 47, 49)
เงินทดแทน พ.ร.บ.เงินทดแทน กรณีประสบอันตรายจากการทำงาน
ค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างตามมาตรา 118 และหน้าที่อื่นของนายจ้าง ถ้าศาลชี้ว่าเป็นลูกจ้าง

ความเสี่ยงที่มักถูกมองข้ามคือ ผลกระทบเป็นกลุ่ม ถ้าคนหนึ่งชนะคดี ฟรีแลนซ์คนอื่นที่ทำงานรูปแบบเดียวกันมีแนวโน้มฟ้องตาม และพนักงานตรวจแรงงาน/สำนักงานประกันสังคมอาจตรวจย้อนหลังได้

สิทธิพื้นฐานที่ลูกจ้างได้รับ อ่าน สิทธิและหน้าที่ของนายจ้าง ลูกจ้าง มีอะไรบ้าง

วิธีจ้างฟรีแลนซ์ให้เป็น “จ้างทำของ” จริง

  1. กำหนดขอบเขตงานเป็น “ผลงาน” เช่น บทความ 10 ชิ้น/เดือน งานออกแบบ 1 ชุด ไม่ใช่ “ทำงานจันทร์–ศุกร์ 9.00–18.00 น.”
  2. จ่ายตามผลงาน ตรวจรับงานเป็นงวด หากงานไม่ผ่านมีสิทธิให้แก้ไขหรือไม่จ่าย
  3. ไม่กำหนดเวลาเข้า-ออก ไม่ให้ลงเวลา ไม่ใช้ระเบียบวินัยพนักงาน กับผู้รับจ้าง
  4. ให้ใช้อุปกรณ์ของตนเอง และแบกค่าใช้จ่ายเอง เท่าที่ลักษณะงานเปิดช่อง
  5. เปิดให้รับงานจากลูกค้ารายอื่นได้ และส่งคนอื่นทำแทนได้
  6. ไม่ใส่ชื่อในผังองค์กร ไม่ให้นามบัตรตำแหน่งพนักงาน ไม่ให้สวัสดิการแบบพนักงาน
  7. เก็บหลักฐาน ใบส่งงาน ใบแจ้งหนี้ อีเมลตรวจรับ เพื่อแสดงว่าจ่ายตามผลสำเร็จ
เช็กลิสต์ก่อนจ้างฟรีแลนซ์ให้เป็นจ้างทำของจริง

ถ้าในทางปฏิบัติต้องการควบคุมเวลาและวิธีทำงาน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือจ้างเป็นลูกจ้างตั้งแต่ต้น (งานโครงการที่มีระยะเวลาแน่นอนอาจทำสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาได้ ตามเงื่อนไขในมาตรา 118 เช่น ทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้างและงานต้องแล้วเสร็จภายในไม่เกิน 2 ปี) แทนการเรียกชื่อว่าฟรีแลนซ์

เช็กลิสต์ตรวจสัญญาฟรีแลนซ์ที่มีอยู่

  • สัญญาระบุงานเป็นผลสำเร็จ ไม่ใช่ระยะเวลาทำงาน
  • ไม่มีการลงเวลา ไม่มีการตัดเงินเพราะมาสาย
  • ไม่มีหนังสือเตือน/ลงโทษตามระเบียบพนักงาน
  • ค่าตอบแทนผูกกับงวดงาน มีการตรวจรับ
  • ผู้รับจ้างมีลูกค้ารายอื่น หรือมีสิทธิรับงานอื่น
  • พนักงาน outsource ได้สวัสดิการไม่ต่ำกว่าพนักงานตรงในงานลักษณะเดียวกัน (ม.11/1)

คำถามที่พบบ่อยเรื่องจ้างทำของ หรือ จ้างแรงงาน

ทำสัญญาจ้างทำของ หัก ณ ที่จ่าย 3% แล้ว ปลอดภัยหรือยัง?

ยังไม่ปลอดภัย เอกสารภาษีเป็นเพียงหลักฐานประกอบ ศาลดูว่ามีอำนาจบังคับบัญชาจริงหรือไม่ (ฎีกา 5281/2545, 812/2548)

จ่ายเงินเดือนคงที่ทุกเดือน แปลว่าเป็นลูกจ้างแน่นอนใช่ไหม?

ไม่เสมอไป ฎีกา 6783/2548 วินิจฉัยว่าเงินคงที่ 50,000 บาทต่อเดือนไม่ใช่ข้อเท็จจริงชี้ขาด หากผู้นั้นทำงานอย่างอิสระ

กรรมการบริษัทเป็นลูกจ้างได้ไหม?

กรรมการผู้จัดการที่เป็นผู้แทนนิติบุคคลโดยทั่วไปไม่ใช่ลูกจ้าง (ฎีกา 7038/2544) แต่หากบุคคลเดียวกันทำงานอีกสถานะหนึ่งภายใต้การบังคับบัญชา ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

ใช้บริษัท outsource แล้ว บริษัทเราไม่ต้องรับผิดใช่ไหม?

ถ้าเข้าเงื่อนไข ม.11/1 บริษัทผู้ประกอบกิจการถือเป็นนายจ้าง และต้องให้สวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ

ฟรีแลนซ์ฟ้องศาลแรงงานต้องเสียค่าธรรมเนียมไหม?

คดีแรงงานได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ม.27) จึงเป็นช่องทางที่คนทำงานใช้ได้ง่าย นายจ้างควรวางระบบสัญญาให้ถูกตั้งแต่ต้น

สรุปจากทนาย

จ้างทำของ หรือ จ้างแรงงาน ไม่ได้ตัดสินจากชื่อสัญญา แต่จากวิธีทำงานจริง ถ้าต้องการจ้างฟรีแลนซ์ ให้จ้างเพื่อผลงานและปล่อยให้ผู้รับจ้างเป็นอิสระจริง ถ้าต้องการควบคุมเวลาและวิธีทำงาน ให้จ้างเป็นลูกจ้างตั้งแต่ต้น ค่าใช้จ่ายจะน้อยกว่าการถูกฟ้องย้อนหลัง ผลของแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ

ปรึกษาคดีแรงงานสำหรับนายจ้าง บริษัท ทนายโซเชียล จำกัด โทร 095-169-9998

ปรึกษาคดีแรงงาน ร่างสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน และหนังสือเลิกจ้าง
บริษัท ทนายโซเชียล จำกัด “เราไม่ได้เก่งกว่าใคร แต่เราช่วยคุณได้”
โทร 095-169-9998 · LINE เพิ่มเพื่อน · บริการร่างเอกสารออนไลน์

อ้างอิง: ป.พ.พ. มาตรา 575, 587 · พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 4/1 (ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568), 5, 9, 11/1, 17, 118 · พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34, 47, 49 · พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 27, 49 · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5281/2545, 812/2548, 6783/2548, 7038/2544

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

แชตกับทนาย โทรหาทนาย