ครอบครัว

สามีโอนเงิน ซื้อทรัพย์ให้ชู้ ภรรยาฟ้องเพิกถอนนิติกรรมเอาคืนได้ ตามมาตรา 1480 พร้อมฎีกา 139/2569

โดย ทีมทนายความ ทนายโซเชียล··อ่าน 11 นาที
สามีโอนเงิน ซื้อบ้าน ซื้อรถให้ชู้ ภรรยาฟ้องเพิกถอนนิติกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1480 เอาคืนได้

สามีโอนเงินให้ชู้ ภรรยาฟ้องเอาคืนได้หรือไม่? คำตอบคือ ได้ ถ้าเงินหรือทรัพย์นั้นเป็น “สินสมรส” และภรรยาไม่ได้ให้ความยินยอม กฎหมายให้สิทธิภรรยา ฟ้องเพิกถอนนิติกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 เพื่อเรียกเงินหรือทรัพย์สินกลับคืนเข้ากองสินสมรส และศาลฎีกาเพิ่งยืนยันหลักนี้อีกครั้งในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2569 โดยให้เพิกถอนการโอนเงินเต็มจำนวนกว่า 1.4 ล้านบาท

หลายครอบครัวมาพบทนายด้วยเรื่องเดียวกัน เปิดสเตทเมนต์แล้วเจอว่าสามีโอนเงินให้ผู้หญิงอื่นเป็นแสนเป็นล้าน บางรายซื้อคอนโด ซื้อรถ ผ่อนบ้านใส่ชื่อชู้ ภรรยาหลายคนคิดว่า “เขาให้ไปแล้วก็เอาคืนไม่ได้” ซึ่งไม่จริง บทความนี้อธิบายหลักกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกา อายุความ และสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนฟ้อง

สรุปสั้น

  • เงินที่หามาได้ระหว่างสมรสเป็นสินสมรส สามีจะยกให้ใครโดยเสน่หาต้องได้รับความยินยอมจากภรรยา (มาตรา 1476 (5))
  • ถ้าไม่ได้รับความยินยอม ภรรยาฟ้องเพิกถอนได้ (มาตรา 1480) ชู้อ้างว่าสุจริตไม่ได้ เพราะไม่ได้เสียค่าตอบแทน
  • ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้ หรือ 10 ปีนับแต่ทำนิติกรรม
  • คำฟ้องต้องขอเพิกถอนและขอคืน “ทั้งหมด” (ฎีกาที่ 10513/2557)
  • ฟ้องเพิกถอนกับฟ้องเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 ใช้ได้ทั้งสองทาง (ฎีกาที่ 139/2569)

1. เงินที่สามีหามาระหว่างสมรส ไม่ใช่ของสามีคนเดียว

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474 ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง กำไรจากธุรกิจ ถือเป็น สินสมรส และถ้าสงสัยว่าทรัพย์ใดเป็นสินสมรสหรือไม่ กฎหมายให้ สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส ข้อสันนิษฐานนี้เป็นประโยชน์กับภรรยามาก เพราะถ้าสามีหรือชู้อ้างว่าเงินที่โอนไปเป็นสินส่วนตัว ฝ่ายนั้นต้องพิสูจน์เอง

ส่วน สินส่วนตัว ตามมาตรา 1471 ซึ่งสามีจัดการได้เองโดยลำพัง ได้แก่ ทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนสมรส เครื่องใช้ส่วนตัวตามควรแก่ฐานะ เครื่องมือประกอบอาชีพ ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือมีผู้ยกให้โดยเสน่หา และของหมั้น

ตารางเปรียบเทียบสินสมรสตามมาตรา 1474 กับสินส่วนตัวตามมาตรา 1471
สินสมรสฟ้องเพิกถอนได้ ส่วนสินส่วนตัวสามีจัดการเองได้

อ่านเพิ่มเติม: ความแตกต่างระหว่างสินสอดกับของหมั้น (ของหมั้นเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายหญิง)

2. สามีจะยกสินสมรสให้ชู้โดยลำพังไม่ได้ (มาตรา 1476)

ป.พ.พ. มาตรา 1476 กำหนดนิติกรรม 8 ประเภทที่สามีภรรยาต้องจัดการสินสมรสร่วมกันหรือต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย หนึ่งในนั้นคือ (5) การให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา

ข้อยกเว้นนี้ต้องเข้า ทั้งสองส่วน คือเป็นการให้เพื่อการกุศล สังคม หรือหน้าที่ทางศีลธรรม และต้องพอสมควรแก่ฐานะของครอบครัว เช่น ใส่ซองงานแต่ง หรือทำบุญตามสมควร การโอนเงินหรือซื้อทรัพย์สินให้ชู้ไม่เข้าข้อยกเว้นใดเลย สามีจึงต้องได้รับความยินยอมจากภรรยาก่อนเสมอ

สามีภรรยาจะตกลงจัดการสินสมรสต่างไปจากมาตรา 1476 ได้เฉพาะเมื่อทำ สัญญาก่อนสมรส ไว้ตามมาตรา 1465 และ 1466 (มาตรา 1476/1) ซึ่งต้องจดทะเบียนพร้อมการสมรส จะทำเพิ่มภายหลังไม่ได้ ผู้ที่กำลังจะจดทะเบียนสมรสสามารถทำสัญญาก่อนสมรสผ่านบริการเอกสารออนไลน์ได้

3. ภรรยาฟ้องเพิกถอนนิติกรรมได้ตามมาตรา 1480

มาตรา 1480 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งจัดการสินสมรสในเรื่องที่ต้องได้รับความยินยอมไปแต่เพียงฝ่ายเดียว หรือโดยปราศจากความยินยอมของอีกฝ่าย คู่สมรสอีกฝ่ายอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ เว้นแต่ (1) ได้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมนั้นแล้ว หรือ (2) ในขณะทำนิติกรรม บุคคลภายนอกได้กระทำโดยสุจริต และ เสียค่าตอบแทน

ขั้นตอนฟ้องเพิกถอนการให้สินสมรสแก่ชู้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476 (5) และ 1480

4 ขั้นของคดีเพิกถอนการให้สินสมรส

ทำไมชู้อ้างว่า “สุจริต” ไม่ได้

กฎหมายคุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอกที่ สุจริตและเสียค่าตอบแทน ต้องครบทั้งสองข้อ การรับเงินหรือทรัพย์โดยเสน่หาเป็นการได้ไปเปล่าๆ ไม่มีค่าตอบแทน ข้อต่อสู้นี้จึงตกไปในตัว แม้ผู้รับจะอ้างว่าไม่รู้ว่าชายมีภรรยาแล้วก็ตาม

ไม่ต้องฟ้องหย่าก่อน

การฟ้องเพิกถอนตามมาตรา 1480 เป็นการขอให้ทรัพย์กลับคืนมาเป็นสินสมรสตามเดิม ถือเป็นการสงวนรักษาสินสมรสตามมาตรา 1477 ภรรยาจึงฟ้องได้เองโดยไม่ต้องรอให้หย่าก่อน หากต้องการหย่าด้วย อ่านเหตุฟ้องหย่าได้ที่บทความ ทิ้งร้างเกิน 1 ปี ฟ้องหย่าได้หรือไม่

สามีซื้อบ้าน คอนโด หรือรถใส่ชื่อชู้

หากสามีนำเงินสินสมรสไปจ่ายค่าทรัพย์แล้วใส่ชื่อชู้เป็นเจ้าของ ก็มีลักษณะเป็นการให้สินสมรสโดยเสน่หาเช่นเดียวกับการโอนเงิน ภรรยาจึงฟ้องเพิกถอนการให้ และขอให้คืนเงินหรือโอนทรัพย์กลับมาเป็นสินสมรสได้ หัวใจของคดีคือต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เงินที่ใช้ซื้อทรัพย์มาจากสินสมรส

ข้อสังเกต: การเพิกถอนตามมาตรา 1480 ต่างจากกรณีพ่อแม่โอนทรัพย์สินให้ลูกแล้วจะเรียกคืน ซึ่งเป็นการถอนคืนการให้เพราะเหตุเนรคุณตามมาตรา 531 ผู้ให้เป็นผู้ฟ้องเอง ส่วนคดีตามบทความนี้ คู่สมรสที่ไม่ได้ให้ความยินยอมเป็นผู้ฟ้อง และไม่ต้องพิสูจน์เหตุเนรคุณ

4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2569 (แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว)

ข้อเท็จจริง: ระหว่างสมรส สามีโอนเงินสินสมรสรวม 1,431,731 บาท ให้บุคคลภายนอกโดยเสน่หา ภรรยาไม่ได้ยินยอมและไม่รู้ในขณะนั้น ภรรยาเคยฟ้องเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 วรรคสองจากความสัมพันธ์เดียวกัน และยอมความกันไปแล้ว จากนั้นจึงฟ้องคดีนี้เพื่อเพิกถอนการให้และเรียกเงินคืน

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2569 เพิกถอนการโอนสินสมรส 1,431,731 บาท ดอกเบี้ยนับแต่วันพิพากษา

ผลคดีในแต่ละชั้นศาล ฎีกาที่ 139/2569

ศาลฎีกาวินิจฉัย:

  • เพิกถอนเต็มจำนวน 1,431,731 บาท (ศาลชั้นต้นเพิกถอนเพียง 267,000 บาท ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาแก้เป็นเต็มจำนวน)
  • ไม่เป็นฟ้องซ้ำ แม้เคยฟ้องเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 ไปแล้ว เพราะสองคดีอาศัยข้อหาต่างกัน คดีหนึ่งเป็นเรื่องความผิดต่อสถานะสมรส อีกคดีเป็นเรื่องการจัดการสินสมรสโดยไม่มีอำนาจ
  • พฤติการณ์ของภรรยาก่อนหน้าเป็นการ บอกล้าง ไม่ใช่การ ให้สัตยาบัน สิทธิฟ้องเพิกถอนจึงยังอยู่
  • ดอกเบี้ยเริ่มนับจากวันศาลชั้นต้นพิพากษา (16 กุมภาพันธ์ 2566) ไม่ใช่วันโอนเงิน เพราะการให้สินสมรสโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นโมฆียะ มีผลจนกว่าศาลจะเพิกถอน ก่อนนั้นผู้รับยังไม่ตกเป็นผู้ผิดนัด

บทเรียน: ยิ่งฟ้องช้า ยิ่งเสียดอกเบี้ย เพราะระหว่างที่ยังไม่ฟ้อง ผู้รับได้ใช้เงินโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10513/2557

คู่สมรสฝ่ายหนึ่งทำสัญญาขายฝากที่ดินสินสมรสโดยอีกฝ่ายไม่ยินยอม ศาลวินิจฉัยว่าขัดมาตรา 1476 (1) อีกฝ่ายจึงฟ้องเพิกถอนได้ตามมาตรา 1480 วรรคหนึ่ง และวางหลักสำคัญว่า การเพิกถอนต้องเพิกถอนนิติกรรมทั้งหมด จะเพิกถอนเฉพาะส่วนของโจทก์ไม่ได้ แต่เมื่อโจทก์ขอมาเพียงเฉพาะส่วนของตน ศาลก็พิพากษาให้เกินคำขอไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10513/2557 เพิกถอนนิติกรรมสินสมรสต้องเพิกถอนทั้งหมด แต่ศาลให้ไม่เกินคำขอ

คำฟ้องต้องขอเพิกถอนและขอคืนทั้งหมด

บทเรียน: คำฟ้องต้องขอให้เพิกถอนและคืนทรัพย์ ทั้งหมด ถ้าเขียนคำขอเพียงครึ่งเดียว ศาลก็ให้ได้เพียงครึ่งเดียว แม้ตามกฎหมายจะมีสิทธิได้ทั้งหมดก็ตาม

5. อายุความฟ้องเพิกถอน: จุดที่คดีแพ้มากที่สุด

มาตรา 1480 วรรคสอง ห้ามฟ้องเมื่อพ้น 1 ปี นับแต่วันที่ได้รู้เหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน หรือเมื่อพ้น 10 ปี นับแต่วันที่ได้ทำนิติกรรม ครบกำหนดใดก่อน สิทธิฟ้องหมดทันที

อายุความฟ้องเพิกถอนนิติกรรมสินสมรสตามมาตรา 1480 วรรคสอง 1 ปีนับแต่รู้ 10 ปีนับแต่ทำนิติกรรม

อายุความ 1 ปี / 10 ปี ตามมาตรา 1480 วรรคสอง

อายุความ 1 ปีเริ่มนับตั้งแต่วันที่ รู้ ไม่ใช่วันแยกกันอยู่ วันฟ้องหย่า หรือวันไปหาทนาย ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ เจอสลิปโอนเงินเดือนมีนาคม ใช้เวลาทั้งปีตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ กว่าจะมาปรึกษาทนายในเดือนเมษายนปีถัดไป สิทธิก็หมดไปแล้ว ถ้าสามีโอนเงินหลายครั้ง แต่ละครั้งเป็นนิติกรรมแยกกัน ต้องตรวจอายุความเป็นรายการ

6. เงื่อนไขที่ต้องตรวจก่อนฟ้อง

  • ต้องเป็น คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรส ถูกต้องตามกฎหมาย (ใช้กับคู่สมรสทุกเพศตั้งแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับ)
  • เงินหรือทรัพย์ต้องเป็น สินสมรส ไม่ใช่สินส่วนตัวของสามี
  • ภรรยา ไม่ได้ยินยอม และ ไม่ได้ให้สัตยาบัน
  • ยัง อยู่ในอายุความ 1 ปี / 10 ปี
  • ตรวจว่ามี สัญญาก่อนสมรส ที่กำหนดการจัดการสินสมรสไว้เป็นอย่างอื่นหรือไม่ (มาตรา 1476/1)

7. หลักฐานที่ควรเตรียม และสิ่งที่ห้ามทำ

รายการหลักฐานที่ต้องเตรียมฟ้องเพิกถอนนิติกรรมสามีโอนเงินให้ชู้ และสิ่งที่ห้ามทำเพื่อไม่ให้เป็นการให้สัตยาบัน

เตรียมหลักฐานให้ครบ และระวังการให้สัตยาบันโดยไม่ตั้งใจ

หลักฐานที่ควรเตรียม

  • สเตทเมนต์บัญชีและสลิปโอนเงิน (ขอย้อนหลังจากธนาคารได้)
  • หลักฐานแหล่งที่มาของเงิน เช่น สลิปเงินเดือน บัญชีรายได้ธุรกิจ
  • สำเนาโฉนด สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ เล่มทะเบียนรถ
  • หลักฐานความสัมพันธ์ เช่น แชต ภาพถ่าย โพสต์โซเชียล
  • ทะเบียนสมรส และ บันทึกวันที่และวิธีที่รู้เรื่อง เพราะเป็นจุดเริ่มนับอายุความ

สิ่งที่ห้ามทำ เพราะอาจถือเป็นการให้สัตยาบัน ทำให้สิทธิฟ้องหมดไป

  • เซ็นหนังสือยินยอมหรือรับรองการโอนย้อนหลัง
  • รับส่วนแบ่งเงินจากทรัพย์ที่โอนไป
  • ทำข้อตกลงเป็นหนังสือที่ยอมรับว่าการให้นั้นชอบแล้ว

หากเกรงว่าผู้รับจะโอนทรัพย์หนี ทนายสามารถยื่นคำร้อง ขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เช่น ขออายัดหรือห้ามจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ และเมื่อชนะคดีแล้วผู้รับไม่คืน ก็ดำเนินการตามวิธีการบังคับคดีและสืบหาทรัพย์สินลูกหนี้ต่อไป

8. ฟ้องเพิกถอนนิติกรรม กับ ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ ใช้ได้ทั้งสองทาง

นอกจากเรียกทรัพย์คืน คู่สมรสยังมีสิทธิเรียก ค่าทดแทน ตามมาตรา 1523 วรรคสอง ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ให้ใช้กับคู่สมรสทุกเพศเท่าเทียมกัน โดยคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเรียกค่าทดแทนได้จากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายในทำนองชู้ หรือจากผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายในทำนองชู้สาว

เปรียบเทียบฟ้องเพิกถอนนิติกรรมตามมาตรา 1480 กับฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ตามมาตรา 1523

สองช่องทางที่ใช้ควบคู่กันได้

ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2569 การฟ้องคดีหนึ่งไม่ตัดสิทธิอีกคดีหนึ่ง แต่ทางที่ดีที่สุดคือ ฟ้องเพิกถอนให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรอให้คดีค่าทดแทนจบก่อน ทั้งเพื่อไม่ให้ขาดอายุความ และเพื่อไม่ให้เสียดอกเบี้ย

หากมีบุตรด้วยกันและแยกทางกัน อ่านเพิ่มเติม: ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ทำอย่างไร และ เปลี่ยนแปลงอำนาจปกครองบุตรหลังหย่า

คำถามที่พบบ่อย

สามีโอนเงินให้ชู้ ภรรยาเรียกคืนได้แค่ครึ่งเดียวใช่หรือไม่?

ไม่ใช่ ตามมาตรา 1480 ภรรยาฟ้องเพิกถอนการให้ได้ทั้งหมด ศาลฎีกาที่ 10513/2557 วางหลักว่าการเพิกถอนต้องเพิกถอนทั้งนิติกรรม และฎีกาที่ 139/2569 ให้เพิกถอนเต็มจำนวน แต่คำฟ้องต้องขอคืนทั้งหมด เพราะศาลให้ไม่เกินคำขอ

ต้องฟ้องหย่าก่อนจึงจะฟ้องเอาเงินคืนจากชู้ได้หรือไม่?

ไม่ต้อง การฟ้องเพิกถอนตามมาตรา 1480 เป็นการสงวนรักษาสินสมรส ฟ้องได้ระหว่างที่ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่

ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมสินสมรสมีอายุความกี่ปี?

ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รู้เหตุ หรือภายใน 10 ปีนับแต่วันทำนิติกรรม แล้วแต่ว่าครบกำหนดใดก่อน

ชู้อ้างว่าไม่รู้ว่าผู้ชายมีภรรยาแล้ว จะต่อสู้ได้หรือไม่?

ไม่ได้ ข้อยกเว้นในมาตรา 1480 คุ้มครองเฉพาะผู้ที่สุจริตและเสียค่าตอบแทน การรับให้โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทน จึงอ้างข้อยกเว้นนี้ไม่ได้

เคยฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ไปแล้ว ยังฟ้องเอาเงินคืนได้อีกหรือไม่?

ได้ ศาลฎีกาที่ 139/2569 วินิจฉัยว่าสองคดีอาศัยข้อหาต่างกัน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ

สรุปจากทนาย

เงินสินสมรสเป็นของสามีภรรยาร่วมกัน สามีจะนำไปยกให้ชู้โดยภรรยาไม่ยินยอมไม่ได้ ภรรยาฟ้องเพิกถอนและเรียกคืนได้เต็มจำนวน ชู้อ้างความสุจริตไม่ได้ แต่ต้อง รีบฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้ และ ต้องขอคืนทั้งหมดในคำฟ้อง ผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ

ติดต่อทนายโซเชียล ปรึกษาคดีครอบครัว คดีชู้ คดีเพิกถอนนิติกรรม โทร 095-169-9998

ปรึกษาคดีครอบครัว คดีชู้ คดีเพิกถอนนิติกรรม
บริษัท ทนายโซเชียล จำกัด “เราไม่ได้เก่งกว่าใคร แต่เราช่วยคุณได้”
โทร 095-169-9998 · LINE เพิ่มเพื่อน · ส่งเรื่องปรึกษาทางเว็บไซต์

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471, 1474, 1476, 1476/1, 1477, 1480, 1523 · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2569 และ 10513/2557 · บทความหมวดครอบครัวอื่นๆ ของทนายโซเชียล

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

แชตกับทนาย โทรหาทนาย