แพ่ง

ถูกบริษัทประกันฟ้องไล่เบี้ย ต้องจ่ายไหม ตรวจอะไรก่อน

บริษัทประกันภัยรับช่วงสิทธิได้เท่าที่ผู้เสียหายมี ตรวจ 4 เรื่องก่อนจ่าย: ใครประมาท อายุความ ยอดเงิน และประกันภัยของเราเอง

โดย ทีมทนายความ ทนายโซเชียล··อ่าน 4 นาที
ถูกบริษัทประกันฟ้องไล่เบี้ย ต้องจ่ายไหม ตรวจอะไรก่อน

คำตอบสั้น: เมื่อบริษัทประกันภัยจ่ายค่าซ่อมให้รถของคู่กรณีแล้ว กฎหมายให้บริษัทประกันภัยเข้ามาเรียกเงินคืนจากฝ่ายที่ทำละเมิดแทนผู้เสียหายได้ เรียกว่า “รับช่วงสิทธิ” แต่ไม่ได้แปลว่าต้องจ่ายเต็มตามที่ฟ้องเสมอไป ถ้าได้หมายศาลแล้ว อย่าเพิกเฉย เพราะมีกำหนดเวลายื่นคำให้การ

ส่งรูปหมายศาลให้ทนายดูทาง LINE

ฟ้องไล่เบี้ยคืออะไร

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 ให้บริษัทประกันภัยที่จ่ายค่าเสียหายไปแล้ว เข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าของรถที่ถูกชน มาเรียกจากผู้ก่อความเสียหายได้ไม่เกินจำนวนที่ตนจ่ายไป พูดง่าย ๆ คือ บริษัทประกันภัยมีสิทธิเท่าที่เจ้าของรถคันนั้นมี ไม่มากกว่านั้น ถ้าเจ้าของรถคันนั้นประมาทด้วย ยอดที่เรียกได้ก็ลดลงตามส่วน

ได้หมายศาลแล้ว ต้องทำอะไรภายในกี่วัน

  • คดีทั่วไป: ยื่นคำให้การ (เอกสารชี้แจงต่อศาล) ภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหมาย ถ้าหมายถูกปิดไว้ที่บ้าน นับเพิ่มอีก 15 วัน
  • คดีมโนสาเร่ (เรียกเงินไม่เกิน 300,000 บาท): ให้การได้ในวันนัดพิจารณา คดีค่าซ่อมรถส่วนใหญ่เข้าเกณฑ์นี้
  • ถ้าไม่ยื่นคำให้การหรือไม่ไปศาลตามนัด ศาลอาจตัดสินไปโดยเราไม่มีโอกาสต่อสู้ ถ้าเกิดขึ้นแล้วยังมีช่องทางขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายในเวลาจำกัด ควรรีบปรึกษาทนายความ

ตรวจ 4 เรื่องนี้ก่อนตัดสินใจจ่าย

1. เราเป็นฝ่ายประมาทจริงไหม

บริษัทประกันภัยต้องพิสูจน์ว่าเราเป็นฝ่ายประมาท บันทึกประจำวันของตำรวจ ภาพกล้องหน้ารถ และพยานในที่เกิดเหตุเป็นหลักฐานสำคัญ ถ้าทั้งสองฝ่ายประมาทด้วยกัน ศาลแบ่งความรับผิดตามส่วนได้

2. คดีขาดอายุความหรือยัง

เพราะบริษัทประกันภัยรับช่วงสิทธิมาจากผู้เสียหาย อายุความจึงเป็นอายุความละเมิดเดียวกับที่ผู้เสียหายมี คือ 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหาย (หรือคนขับรถของผู้เสียหาย) รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด (มาตรา 448) ไม่ได้เริ่มนับใหม่จากวันที่บริษัทประกันภัยจ่ายเงินหรือรู้เรื่อง (ฎีกาที่ 15977/2557 และ 4215/2563) คดีที่ฟ้องมาหลังเกิดเหตุนานกว่า 1 ปีจึงควรตรวจเรื่องนี้ละเอียด

ข้อยกเว้นสำคัญ: ถ้าเคยเซ็นบันทึกตกลงจะจ่ายค่าเสียหาย บริษัทประกันภัยอาจฟ้องตามบันทึกนั้นได้ภายใน 10 ปี (ฎีกาที่ 440/2540) และการรับว่าเป็นหนี้ก็ทำให้อายุความเริ่มนับใหม่ได้

3. ยอดเงินที่เรียกสมเหตุสมผลไหม

บริษัทประกันภัยเรียกได้ไม่เกินจำนวนที่จ่ายจริง และต้องเป็นความเสียหายจากเหตุครั้งนั้น ควรขอดูใบเสร็จค่าซ่อม รายการอะไหล่ และภาพก่อนซ่อม ถ้ามีการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ไม่ได้เสียหายจากเหตุ หรือราคาสูงผิดปกติ ก็โต้แย้งได้

4. ประกันภัยของเราต้องรับผิดชอบแทนไหม

ถ้ารถของเรามีประกันภัยที่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก บริษัทประกันภัยของเราควรรับผิดชอบในวงเงินคุ้มครอง ให้แจ้งบริษัทประกันภัยของเราเป็นหนังสือทันทีที่ได้หมายศาล และขอให้ศาลเรียกบริษัทประกันภัยของเราเข้ามาในคดีได้ ควรทำพร้อมยื่นคำให้การ

บริษัทประกันภัยของเราอาจปฏิเสธได้ถ้าผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น กรมธรรม์ขาดอายุ หรือเมาแล้วขับ และส่วนที่เกินวงเงินคุ้มครองหรือค่าเสียหายส่วนแรกยังเป็นภาระของเราเอง

ขับรถของนายจ้างหรือรถบริษัท

ถ้าเกิดเหตุระหว่างทำงานให้นายจ้าง (ในทางการที่จ้าง) นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้าง (มาตรา 425) และนายจ้างที่จ่ายไปแล้วไล่เบี้ยเอาจากลูกจ้างได้ (มาตรา 426) บริษัทประกันภัยมักฟ้องทั้งคนขับและเจ้าของรถ ควรแจ้งนายจ้างและประกันภัยของรถคันนั้นด้วย

ควรทำอะไรตอนนี้

  1. นับวันจากวันที่ได้รับหมาย และจดวันนัดศาลไว้
  2. ดูวันเกิดเหตุเทียบกับวันฟ้อง เพื่อตรวจอายุความเบื้องต้น และนึกว่าเคยเซ็นบันทึกตกลงอะไรไว้หรือไม่
  3. แจ้งบริษัทประกันภัยของเราเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมส่งสำเนาหมายศาล
  4. รวบรวมหลักฐาน บันทึกประจำวัน ภาพที่เกิดเหตุ คลิปกล้องหน้ารถ และกรมธรรม์
  5. ให้ทนายความตรวจคำฟ้อง ก่อนวันนัด หลายคดีตกลงลดยอดหรือผ่อนชำระได้ในชั้นไกล่เกลี่ย

ให้ทนายช่วยตรวจคำฟ้องของคุณ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

แชตกับทนาย โทรหาทนาย