เลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ทำได้เมื่อไร? 6 กรณีตามมาตรา 119 พร้อมวิธีเขียนหนังสือเตือนและหนังสือเลิกจ้างให้ใช้ได้ในศาล
6 กรณีที่นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 วิธีเขียนหนังสือเตือนและหนังสือเลิกจ้างให้ใช้ได้ในศาล พร้อมฎีกา เอกสาร และคำถามที่นายจ้างสงสัย

คำตอบสั้น: นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้เฉพาะ 6 กรณีตามมาตรา 119 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ได้แก่ ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทจนนายจ้างเสียหายร้ายแรง ฝ่าฝืนระเบียบหลังได้รับหนังสือเตือน ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกัน และต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด เงื่อนไขสำคัญคือต้องเขียนเหตุเลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้าง หรือแจ้งให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้าง ถ้าไม่ระบุ นายจ้างยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ (มาตรา 119 วรรคสอง)
เจ้าของกิจการหลายรายเลิกจ้างลูกจ้างที่ทำผิดแล้วคิดว่า “เขาผิดเอง ไม่ต้องจ่ายอะไร” แต่เมื่อลูกจ้างไปร้องพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงาน นายจ้างกลับต้องจ่ายค่าชดเชย ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ดอกเบี้ย และอาจต้องจ่ายค่าเสียหายฐานเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเพิ่มอีก สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ลูกจ้างไม่ผิด แต่อยู่ที่นายจ้างเลือกเหตุผิดมาตรา เขียนหนังสือเลิกจ้างไม่ครบ หรือไม่มีหลักฐาน
บทความนี้เขียนสำหรับเจ้าของกิจการ ผู้จัดการ และฝ่ายบุคคล อธิบายทีละกรณีว่ากฎหมายและศาลฎีกาวางหลักไว้อย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไร และควรเขียนหนังสือเตือนกับหนังสือเลิกจ้างอย่างไรให้ใช้ได้จริงในศาล
ค่าชดเชยคืออะไร และต้องจ่ายเท่าไร ถ้าไม่เข้ามาตรา 119
ค่าชดเชยคือเงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป ตามมาตรา 118 คำว่า “เลิกจ้าง” รวมถึงการที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด อัตราขั้นต่ำเป็นดังนี้
| อายุงานติดต่อกัน | ค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย |
|---|---|
| ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี | 30 วัน |
| ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี | 90 วัน |
| ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี | 180 วัน |
| ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี | 240 วัน |
| ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี | 300 วัน |
| ครบ 20 ปีขึ้นไป | 400 วัน |
นอกจากค่าชดเชย ถ้าเลิกจ้างสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 และ 17/1 ด้วย แต่ถ้าเลิกจ้างด้วยเหตุตามมาตรา 119 นายจ้างไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ตามมาตรา 17 วรรคสี่ ซึ่งยกเว้นทั้งกรณีมาตรา 119 และกรณีตามมาตรา 583 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ดังนั้นถ้าเหตุเลิกจ้างเข้ามาตรา 119 จริง นายจ้างประหยัดได้ทั้งค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้า แต่ถ้าไม่เข้า ต้องจ่ายทั้งสองอย่าง

6 กรณีที่นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (มาตรา 119)
1. ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง (มาตรา 119 (1))
เช่น ยักยอกเงินขาย เบิกค่าใช้จ่ายเท็จ รับเงินจากลูกค้าแล้วไม่นำส่ง หรือขโมยทรัพย์สินของบริษัท ในฎีกาที่ 8017/2560 ลูกจ้างนำรถและเบิกค่าน้ำมันโดยไม่มีสิทธิ ศาลถือว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ตามมาตรา 119 (1)
หลักฐานที่ควรมี: เอกสารการเบิกจ่าย ใบเสร็จ สลิปโอน รายงานตรวจสอบภายใน ภาพกล้องวงจรปิด บันทึกถ้อยคำของลูกจ้างและพยาน และถ้าเป็นความผิดอาญา ควรมีใบรับแจ้งความ
2. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย (มาตรา 119 (2))
ต้องพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้าง “ตั้งใจ” ให้เกิดความเสียหาย ไม่ใช่แค่ทำงานผิดพลาด ในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 770–775/2560 ลูกจ้างนัดกันลาป่วยพร้อมกันเพื่อกดดันนายจ้าง ศาลถือว่าเป็นการจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย
หลักฐานที่ควรมี: ข้อความแชตหรืออีเมลที่แสดงเจตนา ตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และลำดับเหตุการณ์
3. ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง (มาตรา 119 (3))
กรณีนี้ไม่ต้องมีเจตนา แต่ความเสียหายต้อง “ร้ายแรง” ความผิดพลาดเล็กน้อยไม่เข้ามาตรานี้ ในฎีกาที่ 4433/2550 ลูกจ้างละเลยหน้าที่จนนายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรง ศาลวินิจฉัยว่าเข้ามาตรา 119 (3)
หลักฐานที่ควรมี: คู่มือหรือคำสั่งที่กำหนดหน้าที่ของลูกจ้างไว้ชัด หลักฐานว่าลูกจ้างไม่ทำตาม และมูลค่าความเสียหาย เช่น ใบเสนอราคาซ่อม ใบแจ้งค่าปรับจากลูกค้า
4. ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม หลังได้รับหนังสือเตือน (มาตรา 119 (4))
เป็นกรณีที่นายจ้างใช้บ่อยที่สุดและพลาดบ่อยที่สุด เงื่อนไขมี 4 ข้อ
- มีข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม
- ลูกจ้างฝ่าฝืน และนายจ้างตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว
- ลูกจ้างทำผิดซ้ำในเรื่องเดียวกันกับที่ถูกเตือน
- การทำผิดซ้ำต้องเกิดภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิดครั้งแรก เพราะหนังสือเตือนมีผลไม่เกิน 1 ปี
ข้อยกเว้น: ถ้าเป็น “กรณีที่ร้ายแรง” นายจ้างเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องเตือนก่อน ในฎีกาที่ 535/2560 ผู้บริหารเงินสดนำเงินออกจากสาขาโดยไม่มีอำนาจ ศาลถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบในกรณีร้ายแรง
รายละเอียดเรื่องหนังสือเตือนอยู่ในหัวข้อถัดไป
5. ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร (มาตรา 119 (5))
นับเฉพาะ “วันทำงาน” ติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ และต้องไม่มีเหตุอันสมควร เช่น เจ็บป่วยกะทันหันหรือเหตุสุดวิสัย ในฎีกาที่ 1975–1976/2560 ลูกจ้างไม่ไปทำงานตามคำสั่งย้ายหลังถูกเตือนและขาดงานเกิน 3 วันทำงานติดต่อกัน ศาลถือว่าละทิ้งหน้าที่
ในทางกลับกัน ลูกจ้างที่ออกจากจุดทำงานไปชั่วครู่ เช่น ไปเข้าห้องน้ำ ยังไม่ถือว่าละทิ้งหน้าที่ ตามฎีกาที่ 10453/2546
หลักฐานที่ควรมี: บันทึกเวลาเข้างาน ตารางกะ หลักฐานว่านายจ้างพยายามติดต่อลูกจ้างแล้ว เช่น ประวัติโทรหรือข้อความ LINE
ข้อควรระวัง: ถ้าลูกจ้างแจ้งลาออกไว้ล่วงหน้าแล้ว นายจ้างจะอ้างว่าลูกจ้างละทิ้งหน้าที่หลังวันลาออกไม่ได้ ตามฎีกาที่ 5737/2561 (ดูเพิ่มเรื่องลูกจ้างลาออกไม่แจ้งล่วงหน้า)
6. ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด (มาตรา 119 (6))
ต้องเป็นคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ถ้าเป็นความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ต้องเป็นกรณีที่ทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายด้วย ตามฎีกาที่ 2909/2524 การต้องโทษจำคุกต้องเกิดขึ้นในขณะที่ยังเป็นลูกจ้าง
ถ้าคดียังไม่ถึงที่สุด นายจ้างยังอ้างข้อนี้ไม่ได้ ระหว่างนั้นนายจ้างอาจพิจารณาเรื่องพักงานระหว่างสอบสวนแทน
หนังสือเตือนแบบไหนใช้ได้ในศาล
ศาลฎีกาวางหลักเรื่องหนังสือเตือนไว้มาก สรุปเป็นข้อปฏิบัติได้ดังนี้
| ประเด็น | หลักที่ศาลวางไว้ | ฎีกา |
|---|---|---|
| ต้องเป็นคำเตือนของนายจ้าง | เอกสารที่เป็นคำรับสารภาพหรือทัณฑ์บนของลูกจ้างเอง โดยไม่มีถ้อยคำเตือนของนายจ้าง ไม่ใช่หนังสือเตือน | 180/2526, 4159/2531 |
| ต้องเจาะจงตัวลูกจ้าง | ประกาศทั่วไปถึงพนักงานทุกคน ไม่ใช่หนังสือเตือน | 1746/2528 |
| ต้องระบุการกระทำผิดและเตือนไม่ให้ทำซ้ำ | หนังสือที่ตำหนิว่าขาดความรับผิดชอบ แต่ไม่ระบุว่าทำผิดเรื่องใด และไม่เตือนว่าถ้าทำอีกจะถูกลงโทษ ใช้ไม่ได้ | 1120/2544 |
| ตัวอย่างที่ใช้ได้ | ระบุวันที่ลูกจ้างขาดงาน และเตือนไม่ให้ทำซ้ำ | 4025/2548 |
| ไม่มีแบบบังคับ | กฎหมายไม่กำหนดแบบ ลูกจ้างไม่ลงชื่อรับก็ยังมีผล | 6251/2534, 5560/2530 |
| ต้องทำผิดเรื่องเดียวกัน | เตือนเรื่องหนึ่ง แล้วไปทำผิดอีกเรื่องหนึ่ง เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ | 73/2524, 2790/2527, 1461/2548 |
| ตัวอย่างเรื่องเดียวกันที่ใช้ได้ | ขัดคำสั่งย้าย ถูกเตือน แล้วขัดคำสั่งย้ายอีกภายใน 1 ปี | 364/2548, 3446/2549 |
| ใช้โทรศัพท์ในเวลางานซ้ำหลังเตือน | ใช้โทรศัพท์และแชตในเวลางานเป็นประจำ หลังได้รับหนังสือเตือนแล้วยังทำอีก เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย | 2654/2557 |

สิ่งที่หนังสือเตือนควรมี
- ชื่อ ตำแหน่ง และรหัสพนักงานของลูกจ้าง
- วัน เวลา และสถานที่ที่ลูกจ้างกระทำผิด
- ข้อเท็จจริงว่าลูกจ้างทำอะไร เขียนให้คนนอกอ่านแล้วเข้าใจ
- ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ฝ่าฝืน ระบุเลขข้อให้ชัด
- ถ้อยคำเตือนว่า “หากกระทำผิดในเรื่องเดียวกันนี้อีก บริษัทจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย”
- วันที่ออกหนังสือ และลายมือชื่อผู้มีอำนาจ
- ช่องลงชื่อรับทราบของลูกจ้าง และช่องพยาน ถ้าลูกจ้างไม่ยอมลงชื่อ ให้บันทึกว่าได้อ่านให้ฟังต่อหน้าพยาน หรือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรืออีเมลที่ลูกจ้างใช้ประจำ
ข้อควรระวัง: หนังสือเตือนมีผล 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างทำผิด ไม่ใช่นับแต่วันออกหนังสือ ถ้าออกหนังสือช้า เวลาที่ใช้ได้จะเหลือน้อยลง ควรออกหนังสือเตือนโดยเร็วหลังเกิดเหตุ
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย ประกาศใช้ภายใน 15 วันนับแต่มีลูกจ้างครบ 10 คน และปิดประกาศให้เห็นในที่ทำงาน ตามมาตรา 108 ข้อบังคับนี้ต้องมีเรื่องวินัย โทษทางวินัย และการเลิกจ้าง ข้อบังคับที่เขียนชัดว่าการกระทำใดเป็น “ความผิดร้ายแรง” จะช่วยนายจ้างได้มากเมื่อต้องอ้างกรณีร้ายแรงที่ไม่ต้องเตือน
หนังสือเลิกจ้างต้องเขียนอย่างไร (มาตรา 119 วรรคสอง)
กฎหมายกำหนดว่า ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือไม่ได้แจ้งเหตุให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้าง นายจ้างจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ ผลในทางปฏิบัติคือ ต่อให้ลูกจ้างทุจริตจริง แต่หนังสือเลิกจ้างเขียนเพียงว่า “ไม่ผ่านการประเมิน” หรือ “บริษัทปรับโครงสร้าง” นายจ้างจะไปอ้างเรื่องทุจริตในศาลไม่ได้
หนังสือเลิกจ้างที่ดีควรมี
- วันที่ออกหนังสือ และวันที่เลิกจ้างมีผล
- ข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุเลิกจ้าง เขียนให้ครบทุกเหตุที่จะใช้ เช่น วันเวลา การกระทำ และความเสียหาย
- มาตราที่อ้าง เช่น มาตรา 119 (1) หรือ (4) และเลขที่หนังสือเตือนที่เคยออก
- ข้อบังคับข้อที่ฝ่าฝืน
- รายการเงินที่นายจ้างยังต้องจ่าย เช่น ค่าจ้างถึงวันเลิกจ้าง และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 67
- การคืนทรัพย์สินของบริษัท และการคืนหลักประกันการทำงาน (ถ้ามี) ภายใน 7 วันตามมาตรา 10
- ลายมือชื่อผู้มีอำนาจ และหลักฐานการส่งมอบ
เงินที่นายจ้างยังต้องจ่าย แม้เลิกจ้างตามมาตรา 119
- ค่าจ้างและเงินอื่นที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับถึงวันเลิกจ้าง: ต้องจ่ายภายใน 3 วันนับแต่วันเลิกจ้าง ตามมาตรา 70
- ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม: มาตรา 67 วรรคสองกำหนดให้จ่ายไม่ว่าการเลิกจ้างจะเข้ามาตรา 119 หรือไม่ (ส่วนวันหยุดตามสัดส่วนของปีที่เลิกจ้างตามวรรคหนึ่ง ใช้เฉพาะกรณีเลิกจ้างที่ไม่ใช่มาตรา 119)
- หลักประกันการทำงาน: ถ้าเคยเรียกไว้ ต้องคืนพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) ภายใน 7 วัน ตามมาตรา 10
ถ้านายจ้างไม่จ่ายเงินเหล่านี้ตามกำหนด อาจต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และถ้าจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 15 ทุกระยะ 7 วัน ตามมาตรา 9
ถ้าลูกจ้างทำทรัพย์สินเสียหาย นายจ้างจะหักค่าจ้างได้เฉพาะตามเงื่อนไขของกฎหมาย อ่านเพิ่มเรื่องลูกจ้างทำของเสียหาย นายจ้างหักเงินเดือนได้แค่ไหน

ขั้นตอนที่นายจ้างควรทำ ก่อนเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
- เก็บหลักฐานทันทีที่พบเหตุ: สำรองภาพกล้องวงจรปิด เพราะหลายระบบลบเองภายใน 7–30 วัน สำเนาเอกสาร และพิมพ์ข้อความแชตพร้อมวันเวลา
- ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง: ให้ลูกจ้างได้ชี้แจงเป็นหนังสือ และบันทึกถ้อยคำพยาน
- พักงานถ้าจำเป็น: ทำได้ตามข้อบังคับ และต้องจ่ายเงินระหว่างพักงานตามที่กฎหมายกำหนด
- เลือกมาตราให้ตรงกับข้อเท็จจริง: ถ้าไม่แน่ใจว่าเข้ามาตรา 119 การจ่ายค่าชดเชยแล้วเลิกจ้างด้วยเหตุผลที่สมควร มักมีความเสี่ยงต่ำกว่า
- เขียนหนังสือเลิกจ้างให้ครบทุกเหตุ ตามหัวข้อก่อนหน้า
- ส่งมอบหนังสือเลิกจ้างต่อหน้าพยาน หรือส่งไปรษณีย์ตอบรับ และเก็บหลักฐานการส่ง
- จ่ายเงินที่ยังต้องจ่ายตามกำหนด และแจ้งประกันสังคมว่าลูกจ้างพ้นสภาพ
เอกสารและหลักฐานที่ต้องเตรียมไว้ใช้ในศาลแรงงาน
| เอกสาร | ใช้พิสูจน์อะไร |
|---|---|
| สัญญาจ้าง ใบสมัคร คำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) | หน้าที่ของลูกจ้าง |
| ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และหลักฐานการปิดประกาศ | ลูกจ้างรู้กฎ และกฎชอบด้วยกฎหมาย |
| หนังสือเตือนพร้อมหลักฐานการส่งมอบ | เงื่อนไขของมาตรา 119 (4) |
| บันทึกเวลาทำงาน ตารางกะ ใบลา | การขาดงานและละทิ้งหน้าที่ |
| รายงานการสอบข้อเท็จจริง บันทึกถ้อยคำ คำชี้แจงของลูกจ้าง | นายจ้างให้โอกาสชี้แจงและตัดสินอย่างเป็นธรรม |
| ภาพกล้องวงจรปิด แชต อีเมล เอกสารบัญชี | การกระทำผิดจริง |
| หลักฐานความเสียหาย เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสนอราคาซ่อม | ความเสียหายตามมาตรา 119 (2) และ (3) |
| หนังสือเลิกจ้างและหลักฐานการส่ง | เหตุที่แจ้งไว้ตามมาตรา 119 วรรคสอง |
| สลิปเงินเดือน หลักฐานการจ่ายเงินหลังเลิกจ้าง | นายจ้างจ่ายเงินที่ต้องจ่ายครบแล้ว |
ข้อผิดพลาดที่ทำให้นายจ้างแพ้คดีบ่อย
- เตือนด้วยวาจาอย่างเดียว ไม่มีหนังสือเตือน
- หนังสือเตือนเขียนกว้าง ๆ ว่า “ไม่ตั้งใจทำงาน” ไม่ระบุการกระทำ
- เตือนเรื่องมาสาย แล้วเลิกจ้างเพราะเรื่องอื่น
- เลิกจ้างเมื่อเกิน 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างทำผิดครั้งที่ถูกเตือน
- หนังสือเลิกจ้างไม่ระบุเหตุ แล้วมาอ้างเหตุใหม่ในศาล
- ให้ลูกจ้างเขียนใบลาออกแทนการเลิกจ้าง ในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 841/2562 การบังคับให้ลูกจ้างเขียนใบลาออกโดยไม่สมัครใจ ถือเป็นการเลิกจ้าง
- ตีความ “กรณีร้ายแรง” กว้างเกินไป โดยไม่มีข้อบังคับรองรับ
คำถามที่นายจ้างถามบ่อย
ลูกจ้างทุจริต เลิกจ้างทันทีได้เลยหรือไม่
ได้ ถ้าการทุจริตต่อหน้าที่หรือการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างพิสูจน์ได้ นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 (1) และมาตรา 17 วรรคสี่ แต่ต้องระบุข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้าง และควรเก็บหลักฐานไว้ให้ครบก่อนเลิกจ้าง
เตือนด้วยวาจาแล้ว ถือเป็นหนังสือเตือนหรือไม่
ไม่ถือ มาตรา 119 (4) ใช้คำว่าตักเตือนเป็นหนังสือ การเตือนด้วยวาจาจึงใช้เป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ ยกเว้นกรณีที่ร้ายแรงซึ่งกฎหมายไม่บังคับให้เตือนก่อน
หนังสือเตือนมีอายุกี่ปี
มีผลไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด ไม่ใช่นับแต่วันที่ออกหนังสือ ถ้าลูกจ้างทำผิดซ้ำหลังพ้น 1 ปี นายจ้างอ้างหนังสือเตือนฉบับเดิมไม่ได้
ลูกจ้างไม่ยอมเซ็นรับหนังสือเตือน ใช้ได้หรือไม่
ใช้ได้ กฎหมายไม่กำหนดแบบของหนังสือเตือน และลูกจ้างไม่ลงชื่อรับก็ยังมีผล ตามฎีกาที่ 6251/2534 และ 5560/2530 นายจ้างควรอ่านให้ฟังต่อหน้าพยาน บันทึกการปฏิเสธ หรือส่งไปรษณีย์ตอบรับ
เตือนเรื่องมาสาย แล้วลูกจ้างไปทำผิดเรื่องอื่น เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่
ไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าลูกจ้างต้องทำผิดซ้ำในเรื่องเดียวกับที่ถูกเตือน เช่น ฎีกาที่ 73/2524, 2790/2527 และ 1461/2548 ถ้าเป็นคนละเรื่อง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย
ลูกจ้างขาดงาน 3 วันโดยมีวันหยุดคั่น ถือว่าละทิ้งหน้าที่หรือไม่
ถือได้ มาตรา 119 (5) นับ 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ แต่ต้องเป็นการขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างควรเก็บบันทึกเวลาและหลักฐานการติดต่อลูกจ้างไว้
หนังสือเลิกจ้างไม่ได้ระบุเหตุ จะไปอ้างในศาลได้หรือไม่
ไม่ได้ มาตรา 119 วรรคสองกำหนดว่า ถ้านายจ้างไม่ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้าง หรือไม่แจ้งให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้าง จะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้
เลิกจ้างตามมาตรา 119 แล้ว ยังต้องจ่ายเงินอะไรอีก
ต้องจ่ายค่าจ้างและเงินอื่นที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับถึงวันเลิกจ้างภายใน 3 วันตามมาตรา 70 ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 67 วรรคสอง และคืนหลักประกันการทำงาน (ถ้ามี) ภายใน 7 วันตามมาตรา 10
สรุปสำหรับนายจ้าง
การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยทำได้ แต่ต้องเข้า 1 ใน 6 กรณีของมาตรา 119 และต้องพิสูจน์ได้ด้วยเอกสาร ส่วนที่นายจ้างพลาดบ่อยที่สุดคือหนังสือเตือนกับหนังสือเลิกจ้าง ถ้าสองฉบับนี้เขียนถูก ความเสี่ยงที่ศาลจะสั่งให้จ่ายค่าชดเชยจะลดลงมาก ก่อนเลิกจ้างลูกจ้างที่อายุงานนานหรือค่าจ้างสูง ควรให้ทนายตรวจข้อเท็จจริงและร่างหนังสือก่อน
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 9, 10, 17, 17/1, 67, 70, 108, 118, 119 (หมวด 11 ค่าชดเชย, หมวด 1 บททั่วไป, หมวด 9 การควบคุม)
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583
- คำพิพากษาศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษตามที่อ้างในบทความ ตรวจฉบับเต็มได้ที่ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา deka.supremecourt.or.th
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ผลของแต่ละเรื่องขึ้นกับข้อเท็จจริงและเอกสารของกิจการนั้น ปรับปรุงล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2569
บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ


