แรงงาน

นายจ้างย้ายลูกจ้าง ลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน ทำได้แค่ไหน? ลูกจ้างไม่ยอมย้ายทำอย่างไร พร้อมฎีกาและเอกสาร

คู่มือนายจ้างเรื่องการย้ายลูกจ้าง ลดตำแหน่ง และลดเงินเดือน แบบไหนทำได้เอง แบบไหนต้องได้รับความยินยอม ลูกจ้างขัดคำสั่งย้ายทำอย่างไร การย้ายที่ตั้งกิจการตามมาตรา 120 พร้อมฎีกาและเอกสาร

โดย ทีมทนายความ ทนายโซเชียล··อ่าน 11 นาที
นายจ้างย้ายลูกจ้าง ลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน ทำได้แค่ไหน? ลูกจ้างไม่ยอมย้ายทำอย่างไร พร้อมฎีกาและเอกสาร

คำตอบสั้น: นายจ้างย้ายลูกจ้างไปทำงานตำแหน่งอื่นหรือสาขาอื่นได้เอง ถ้าตำแหน่งไม่ต่ำลง ค่าจ้างและสวัสดิการไม่ลดลง ย้ายเพราะความจำเป็นของงาน และไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ลูกจ้างที่ไม่ยอมไปตามคำสั่งย้ายที่ชอบด้วยกฎหมาย อาจถูกเตือนหรือถูกเลิกจ้างตามมาตรา 119 ได้ แต่ถ้าเป็นการลดตำแหน่งหรือลดเงินเดือน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณ ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ถ้าลูกจ้างไม่ยินยอม คำสั่งไม่ผูกพัน (ฎีกาที่ 7238–7239/2544 และ 5073–5097/2546)

การโยกย้ายพนักงานเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ เช่น เปิดสาขาใหม่ ปิดแผนก ปรับโครงสร้าง หรือแยกคนที่ทำงานร่วมกันไม่ได้ แต่คำสั่งย้ายก็เป็นต้นเหตุของคดีแรงงานจำนวนมาก เพราะนายจ้างหลายรายไม่ได้แยกให้ชัดว่า “ย้ายงาน” กับ “ลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน” มีหลักกฎหมายต่างกัน

บทความนี้อธิบายสำหรับนายจ้างว่า ย้ายแบบไหนทำได้เอง แบบไหนต้องขอความยินยอม ถ้าลูกจ้างไม่ยอมไปจะทำอะไรได้ การย้ายสถานที่ตั้งกิจการมีขั้นตอนพิเศษอย่างไร และต้องเตรียมเอกสารอะไร

ย้ายงาน ลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน ต่างกันอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงต้องได้ความยินยอมหรือไม่หลักที่ใช้
ย้ายแผนกหรือสาขา ตำแหน่งระดับเดียวกัน ค่าจ้างเท่าเดิมไม่ต้อง ถ้าทำเพราะความจำเป็นของงานและไม่กลั่นแกล้งอำนาจบริหารงานของนายจ้าง
ลดตำแหน่ง แม้ค่าจ้างเท่าเดิมต้องได้รับความยินยอมฎีกาที่ 5073–5097/2546
ลดตำแหน่งและลดเงินเดือนต้องได้รับความยินยอมฎีกาที่ 7238–7239/2544
ลดเงินเดือนทั้งบริษัทช่วงวิกฤตต้องได้รับความยินยอม อาจเป็นความยินยอมโดยปริยายได้ฎีกาที่ 1921/2545
ย้ายสถานประกอบกิจการไปที่อื่นไม่ต้อง แต่ต้องปิดประกาศล่วงหน้า และลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิไม่ย้ายมาตรา 120 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

ย้ายแบบไหน นายจ้างทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

สัญญาจ้างแรงงานให้นายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชาและจัดงาน ลูกจ้างมีหน้าที่ทำตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583) การย้ายลูกจ้างไปทำงานตำแหน่งระดับเดียวกันจึงเป็นอำนาจบริหารของนายจ้าง ถ้ามีลักษณะดังนี้

  • ตำแหน่งใหม่ไม่ต่ำกว่าเดิม
  • ค่าจ้างและสวัสดิการไม่ลดลง
  • งานใหม่อยู่ในขอบเขตที่ลูกจ้างทำได้ หรือเป็นงานที่สัญญาจ้างเปิดไว้
  • มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ ไม่ได้ย้ายเพื่อกดดันให้ลาออก
  • ถ้าย้ายไปไกล นายจ้างช่วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามสมควร

ในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 597/2563 นายจ้างเปิดโรงแรมสาขาใหม่ห่างจากที่เดิมประมาณ 120 เมตร และสั่งให้ลูกจ้างไปทำงานที่สาขาใหม่ ลูกจ้างไม่ยอมไปโดยอ้างว่าสมัครงานเฉพาะสาขาเดิม ศาลเห็นว่าเป็นการขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งข้อบังคับกำหนดเป็นความผิดร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย โดยสัญญาจ้างมีข้อที่ให้ลูกจ้างปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย

ตารางเปรียบเทียบการย้ายงาน ลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน ต้องขอความยินยอมหรือไม่

ลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน ทำไมต้องได้รับความยินยอม

ตำแหน่ง ค่าจ้าง และสวัสดิการเป็น “สภาพการจ้าง” นายจ้างจะเปลี่ยนแปลงให้ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างฝ่ายเดียวไม่ได้ ตามพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ซึ่งถือว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างด้วย และมาตรา 20 ห้ามทำสัญญาจ้างที่ขัดหรือแย้งกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เว้นแต่เป็นคุณแก่ลูกจ้างยิ่งกว่า

ฎีกาที่ 7238–7239/2544: ยุบตำแหน่งแล้วให้ไปเป็นพนักงานขายเงินเดือนต่ำลง

นายจ้างยุบตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย แล้วสั่งให้ลูกจ้างไปเป็นพนักงานขายในอัตราเงินเดือนที่ต่ำลง ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่เป็นโทษแก่ลูกจ้าง ต้องได้รับความยินยอม เมื่อลูกจ้างไม่ยินยอม คำสั่งไม่มีผลผูกพัน การไม่ทำตามจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหรือละทิ้งหน้าที่ นายจ้างที่เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ฎีกาที่ 5073–5097/2546: ค่าจ้างเท่าเดิม แต่ตำแหน่งต่ำลง ก็ยังไม่ได้

ลูกจ้างเป็นหัวหน้างานรักษาความปลอดภัยและหัวหน้างานทั่วไป นายจ้างสั่งย้ายไปเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย แม้ค่าจ้างเท่าเดิม ศาลถือว่าเป็นการลดตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณ เมื่อลูกจ้างไม่ยินยอม คำสั่งย้ายไม่ชอบ การไม่ปฏิบัติตามไม่ใช่ความผิด นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายฐานเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ฎีกาที่ 1921/2545: ลดเงินเดือนช่วงวิกฤต ลูกจ้างยินยอมโดยปริยาย

นายจ้างประกาศลดเงินเดือนในที่ประชุมช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ลูกจ้างรับทราบและรับเงินเดือนอัตราใหม่ต่อมาโดยไม่โต้แย้ง ศาลถือว่าลูกจ้างตกลงโดยปริยาย นายจ้างจึงลดค่าจ้างได้ แต่นายจ้างต้องพิสูจน์ได้ว่าได้แจ้งและลูกจ้างรับรู้จริง

บทเรียน: อย่าพึ่งความยินยอมโดยปริยาย ถ้าจะลดค่าจ้างหรือปรับตำแหน่ง ให้ทำบันทึกข้อตกลงที่ลูกจ้างลงชื่อทีละคน ระบุอัตราใหม่ ระยะเวลา และเงื่อนไขการคืนอัตราเดิม

ลูกจ้างไม่ยอมย้าย นายจ้างทำอะไรได้

ถ้าคำสั่งย้ายชอบด้วยกฎหมาย การไม่ปฏิบัติตามคือการฝ่าฝืนคำสั่งของนายจ้าง นายจ้างดำเนินการได้ตามลำดับ

  1. ออกคำสั่งย้ายเป็นหนังสือ ระบุตำแหน่ง ค่าจ้าง สถานที่ วันเริ่มงาน และเหตุผล
  2. ให้ลูกจ้างชี้แจง ถ้ามีเหตุส่วนตัวที่สมควร เช่น ปัญหาสุขภาพหรือภาระครอบครัว ควรพิจารณาทางเลือก
  3. ออกหนังสือเตือน เมื่อลูกจ้างไม่ไปตามคำสั่ง ระบุการกระทำและเตือนว่าถ้าทำอีกจะถูกเลิกจ้าง
  4. ถ้ายังฝ่าฝืนซ้ำภายใน 1 ปี นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 (4) ในฎีกาที่ 364/2548 และฎีกาที่ 3446/2549 ลูกจ้างขัดคำสั่งย้าย ถูกเตือน แล้วขัดคำสั่งย้ายอีก ศาลเห็นว่าเลิกจ้างได้
  5. ถ้าลูกจ้างไม่ไปทำงานที่ใหม่เลย ติดต่อกัน 3 วันทำงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจเข้าการละทิ้งหน้าที่ตามมาตรา 119 (5) ในฎีกาที่ 1975–1976/2560 ลูกจ้างไม่ไปทำงานตามคำสั่งย้ายหลังถูกเตือน และขาดงานเกิน 3 วันทำงานติดต่อกัน ศาลถือว่าละทิ้งหน้าที่

ถ้าข้อบังคับกำหนดว่าการขัดคำสั่งเป็น “ความผิดร้ายแรง” นายจ้างอาจเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องเตือนก่อน เช่นในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 597/2563 แต่ศาลจะดูความร้ายแรงจริงประกอบด้วย การเตือนก่อนจึงปลอดภัยกว่า ทุกกรณีต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้าง (มาตรา 119 วรรคสอง) อ่านวิธีเขียนในบทความเรื่องเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

5 ขั้นตอนเมื่อลูกจ้างไม่ยอมไปตามคำสั่งย้าย

ย้ายที่ตั้งบริษัทหรือโรงงาน: ขั้นตอนตามมาตรา 120

มาตรา 120 ใช้เมื่อนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้งที่อื่น ซึ่งมีผลสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว ไม่ใช่การย้ายลูกจ้างรายบุคคล

  • ปิดประกาศล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ในที่เปิดเผยที่ลูกจ้างเห็นได้ชัด ระบุลูกจ้างที่จะย้าย สถานที่ใหม่ และวันย้าย
  • ถ้าไม่ปิดประกาศล่วงหน้า ต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน ให้ลูกจ้างที่ไม่ประสงค์จะไปทำงานที่ใหม่
  • ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบและไม่ประสงค์จะไป มีสิทธิแจ้งเป็นหนังสือภายใน 30 วัน สัญญาจ้างสิ้นสุดในวันย้าย และลูกจ้างได้ค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าค่าชดเชยตามมาตรา 118
  • นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษภายใน 7 วันนับแต่วันที่สัญญาจ้างสิ้นสุด
  • ถ้านายจ้างเห็นว่าการย้ายไม่กระทบชีวิตลูกจ้างจริง ต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับหนังสือของลูกจ้าง (มาตรา 120/1 ว่าด้วยการพิจารณาของคณะกรรมการ)

ข้อแนะนำ: ก่อนย้ายสำนักงานหรือโรงงาน ให้สำรวจลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ เตรียมสวัสดิการช่วยเดินทางหรือที่พัก และคำนวณค่าชดเชยพิเศษไว้ในงบประมาณ

ย้ายเพื่อกลั่นแกล้ง: ความเสี่ยงคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

แม้ตำแหน่งและค่าจ้างเท่าเดิม ถ้าการย้ายมีจุดประสงค์ให้ลูกจ้างทนไม่ได้จนลาออก เช่น ย้ายไปที่ห่างไกลโดยไม่มีงานจริงรองรับ หรือย้ายหลังลูกจ้างเรียกร้องสิทธิ ศาลอาจเห็นว่าคำสั่งไม่เป็นธรรม และถ้าลูกจ้างออกเพราะถูกบีบ อาจถือเป็นการเลิกจ้าง นายจ้างควรเก็บหลักฐานว่าการย้ายมีเหตุผลทางธุรกิจจริง

ย้ายที่ตั้งบริษัทหรือโรงงานตามมาตรา 120 ปิดประกาศ 30 วัน ค่าชดเชยพิเศษ

เอกสารที่นายจ้างควรมี

เอกสารใช้พิสูจน์อะไร
สัญญาจ้างที่มีข้อให้ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย หรือย้ายสถานที่ทำงานได้ลูกจ้างตกลงล่วงหน้าเรื่องการมอบหมายงาน
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หมวดวินัย และหลักฐานการประกาศการขัดคำสั่งเป็นความผิด
ผังองค์กรและตารางตำแหน่ง ระดับ อัตราเงินเดือนตำแหน่งใหม่ไม่ต่ำกว่าเดิม
บันทึกเหตุผลทางธุรกิจ เช่น เปิดสาขา ปิดแผนก ภาระงานไม่ได้กลั่นแกล้ง
คำสั่งย้ายเป็นหนังสือ พร้อมหลักฐานการส่งลูกจ้างรู้คำสั่ง
คำชี้แจงของลูกจ้าง และหนังสือเตือนให้โอกาสและเตือนแล้ว
บันทึกข้อตกลงลดตำแหน่งหรือลดค่าจ้างที่ลูกจ้างลงชื่อความยินยอม
ประกาศย้ายสถานประกอบกิจการ ภาพถ่ายการปิดประกาศทำตามมาตรา 120

คำถามที่นายจ้างถามบ่อย

นายจ้างย้ายลูกจ้างไปสาขาอื่นได้ไหม ถ้าลูกจ้างไม่ยินยอม

ได้ ถ้าตำแหน่งไม่ต่ำลง ค่าจ้างและสวัสดิการไม่ลดลง มีเหตุผลทางธุรกิจ และไม่ใช่การกลั่นแกล้ง เพราะเป็นอำนาจบริหารงานของนายจ้าง และลูกจ้างมีหน้าที่ทำตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

ลดตำแหน่งแต่ค่าจ้างเท่าเดิม ต้องได้รับความยินยอมหรือไม่

ต้องได้รับความยินยอม ในฎีกาที่ 5073–5097/2546 ศาลถือว่าการย้ายหัวหน้างานไปเป็นพนักงานธรรมดา แม้ค่าจ้างเท่าเดิม เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณ เมื่อลูกจ้างไม่ยินยอม คำสั่งไม่ชอบ

ลดเงินเดือนพนักงานช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ทำได้ไหม

ทำได้เมื่อลูกจ้างยินยอม ฎีกาที่ 1921/2545 ถือว่าลูกจ้างที่รับทราบและรับเงินเดือนอัตราใหม่ต่อมาโดยไม่โต้แย้ง ยินยอมโดยปริยาย แต่เพื่อความปลอดภัยควรทำบันทึกข้อตกลงที่ลูกจ้างลงชื่อทุกคน

ลูกจ้างไม่ยอมไปตามคำสั่งย้าย เลิกจ้างได้ทันทีหรือไม่

ถ้าคำสั่งย้ายชอบด้วยกฎหมาย ควรออกหนังสือเตือนก่อน ถ้าฝ่าฝืนซ้ำภายใน 1 ปี เลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 (4) เช่นฎีกาที่ 364/2548 และ 3446/2549 ถ้าข้อบังคับกำหนดเป็นความผิดร้ายแรง อาจเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องเตือน แต่มีความเสี่ยงกว่า

ลูกจ้างไม่ไปทำงานที่สาขาใหม่เลย ถือว่าละทิ้งหน้าที่หรือไม่

ถ้าไม่ไปทำงาน 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจเป็นการละทิ้งหน้าที่ตามมาตรา 119 (5) เช่นฎีกาที่ 1975–1976/2560 นายจ้างต้องระบุเหตุนี้ไว้ในหนังสือเลิกจ้าง

ย้ายที่ตั้งบริษัทหรือโรงงาน ต้องทำอย่างไร

ต้องปิดประกาศให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันตามมาตรา 120 ถ้าไม่ปิดประกาศ ต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 30 วันให้ลูกจ้างที่ไม่ไป และลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิไม่ย้ายและได้ค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าอัตรามาตรา 118

คำสั่งย้ายลูกจ้างต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่

กฎหมายไม่บังคับ แต่ควรทำเป็นหนังสือระบุตำแหน่ง ค่าจ้าง สถานที่ วันเริ่มงาน และเหตุผล พร้อมหลักฐานการส่ง เพื่อใช้พิสูจน์ในศาลว่าคำสั่งชอบด้วยกฎหมายและลูกจ้างรับรู้แล้ว

ย้ายลูกจ้างเพื่อให้ลาออกเอง มีความเสี่ยงอะไร

ถ้าศาลเห็นว่าเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อบีบให้ลาออก คำสั่งอาจไม่เป็นธรรม และการออกของลูกจ้างอาจถือเป็นการเลิกจ้าง นายจ้างอาจต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายฐานเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

สรุปสำหรับนายจ้าง

นายจ้างย้ายลูกจ้างได้ถ้าตำแหน่งและค่าจ้างไม่ลดลงและมีเหตุผลทางธุรกิจ ลูกจ้างที่ขัดคำสั่งย้ายที่ชอบด้วยกฎหมายอาจถูกเตือนและเลิกจ้างตามมาตรา 119 ได้ ส่วนการลดตำแหน่งหรือลดเงินเดือนต้องได้รับความยินยอม ควรทำเป็นหนังสือทุกครั้ง และการย้ายที่ตั้งกิจการต้องทำตามมาตรา 120 ก่อนออกคำสั่งที่กระทบลูกจ้างจำนวนมาก ควรให้ทนายตรวจคำสั่งและเอกสารก่อน

แหล่งอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 118, 119, 120, 120/1
  • พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 20
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583
  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7238–7239/2544, 1921/2545, 5073–5097/2546, 364/2548, 3446/2549, 1975–1976/2560 และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 597/2563 ตรวจฉบับเต็มได้ที่ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา
  • บทความที่เกี่ยวข้อง: เลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119, นายจ้างสู้คดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ผลของแต่ละเรื่องขึ้นกับข้อเท็จจริงและเอกสารของกิจการนั้น ปรับปรุงล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2569

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

แชตกับทนาย โทรหาทนาย