ที่ดิน

ที่ดิน ส.ป.ก. พร้อมคำถาม คำตอบ

โดย ทีมทนายความ ทนายโซเชียล··อ่าน 31 นาที
ที่ดิน ส.ป.ก. พร้อมคำถาม คำตอบ

ข้อพิพาทที่ดิน ส.ป.ก.

คู่มือฉบับสมบูรณ์: กฎหมาย ขั้นตอน พยานหลักฐาน และคำถาม-คำตอบ

ที่ดิน ส.ป.ก. คือที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่รัฐอนุญาตให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ ผู้ถือ ส.ป.ก. 4-01 ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ จึงซื้อขาย ขายฝาก หรือโอนสิทธิให้ผู้อื่นไม่ได้ เว้นแต่ตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนให้สถาบันเกษตรกรหรือ ส.ป.ก. ตามมาตรา 39 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 คู่มือนี้รวบรวมข้อพิพาทที่ดิน ส.ป.ก. ที่พบบ่อย ศาลที่มีอำนาจ ขั้นตอนการดำเนินการ เอกสารที่ต้องเตรียม และคำถาม-คำตอบ 60 ข้อ

1. ส.ป.ก. คืออะไร ทำไมถึงเกิดข้อพิพาทบ่อย

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 6 สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่นำที่ดินของรัฐหรือที่ดินที่จัดซื้อ/เวนคืนมาจัดสรรให้เกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินทำกินหรือมีที่ดินไม่เพียงพอ โดยออก “หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน” หรือที่รู้จักกันในชื่อ ส.ป.ก. 4-01

ที่ดิน ส.ป.ก. ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของเอกชน แต่เป็นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ที่รัฐอนุญาตให้ใช้ แม้แต่ ส.ป.ก. เองก็ไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์แบบเจ้าของทรัพย์สินทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 แต่ถือไว้เพื่อวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น (คำพิพากษาฎีกาที่ 8371/2551) นี่คือต้นตอของข้อพิพาทส่วนใหญ่ เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าที่ดินนี้ซื้อขายได้เหมือนที่ดินมีโฉนด

2. ประเภทข้อพิพาทที่พบบ่อย

  • ซื้อขาย/โอนสิทธิโดยผิดกฎหมาย
  • การเพิกถอนสิทธิโดย ส.ป.ก.
  • แย่งการครอบครอง/บุกรุก
  • ข้อพิพาทเขตแดน/แนวเขตที่ดินทับซ้อนกับหน่วยงานรัฐอื่น
  • ข้อพิพาทมรดก

3. หลักกฎหมายสำคัญ: มาตรา 39

มาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 กำหนดว่า ที่ดินที่ได้รับสิทธิจากการปฏิรูปที่ดินจะแบ่งแยกหรือโอนสิทธิไปยังผู้อื่นไม่ได้ เว้นแต่ตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนให้สถาบันเกษตรกรหรือ ส.ป.ก.

ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานว่า การซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ระหว่างเอกชนถือเป็นนิติกรรมต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ ไม่ว่าผู้ซื้อจะอ้างว่าไม่ทราบว่าที่ดินอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินหรือไม่ก็ตาม (ฎีกาที่ 5172/2560, 13450/2558 — ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150; ฎีกาที่ 9780/2539 — คดีตัดสินก่อนปรับปรุงกฎหมาย ใช้ตัวบทเดิมคือ ป.พ.พ. มาตรา 113) แม้แต่การให้ “ทำกินต่างดอกเบี้ย” ก็ถือเป็นการเลี่ยงกฎหมายและเป็นโมฆะเช่นกัน (ฎีกาที่ 8222/2553) เมื่อสัญญาเป็นโมฆะ ที่ดินจะกลับตกเป็นของ ส.ป.ก. เพื่อจัดสรรให้เกษตรกรรายใหม่ต่อไป (ฎีกาที่ 13450/2558)

ข้อยกเว้นสำคัญ: หากคู่สัญญาทำเพียงสัญญาจะซื้อจะขายโดยมีเงื่อนไขว่าจะโอนกันต่อเมื่อที่ดินถูกยกเลิกสถานะ ส.ป.ก. และออกเป็นโฉนด/น.ส.3 แล้ว สัญญานั้นไม่ตกเป็นโมฆะ เพราะไม่ใช่การซื้อขายที่ดินที่ยังมีสถานะ ส.ป.ก. 4-01 อยู่ในขณะทำสัญญา (ฎีกาที่ 2419/2552)

หมายเหตุ (ปรับปรุงตุลาคม 2569): ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2566 มีระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้เกษตรกรที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ขอเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็น “โฉนดเพื่อการเกษตร” ได้ เอกสารนี้ใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อกับ ธ.ก.ส. หรือสหกรณ์การเกษตร และสละสิทธิให้เกษตรกรอื่นที่มีคุณสมบัติตามที่ ส.ป.ก. กำหนดได้ แต่ที่ดินยังอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินและต้องใช้เพื่อเกษตรกรรม ไม่ใช่โฉนดที่ดินที่ซื้อขายกับบุคคลทั่วไปได้ ก่อนทำนิติกรรมใด ๆ ควรตรวจหลักเกณฑ์ล่าสุดกับ ส.ป.ก. จังหวัด

4. ข้อพิพาทแบ่งตามคู่กรณี (สรุปประเด็น)

4.1 ประชาชนกับประชาชน

  • ซื้อที่ดิน ส.ป.ก. แล้วครอบครองทำกินนานเท่าใด ก็อ้างครอบครองปรปักษ์หรือ ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสองไม่ได้ เพราะสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น (ฎีกาที่ 5172/2560)
  • ผู้ขายเสียชีวิต ทายาทโดยธรรมเรียกที่ดินคืนจากผู้ซื้อได้ แต่หากทายาททอดทิ้งการครอบครอง สิทธิจะตกกลับเป็นของ ส.ป.ก. (ฎีกาที่ 13450/2558)
  • มีคนรุกล้ำที่ดินที่ได้รับอนุญาต ฟ้องขับไล่ที่ศาลยุติธรรม แม้ที่ดินจะเป็นที่ดินของรัฐ (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 88/2557, 54/2554)

ข้อกฎหมาย: มาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ · ป.พ.พ. มาตรา 150, 1375

4.2 ประชาชนกับภาครัฐ

  • ส.ป.ก. สั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาต ต้องอุทธรณ์ต่อ คปก. ก่อน หากไม่รับพิจารณาหรือยกอุทธรณ์ จึงฟ้องศาลปกครองได้ (มาตรา 19, 30 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ประกอบระเบียบ คปก. พ.ศ. 2536 ข้อ 9; ฎีกาที่ 6491/2550)
  • ส.ป.ก. ออก 4-01 ทับที่ดินที่มี น.ส.3 ก. อยู่ก่อน หากขอให้ศาลรับรองสิทธิในที่ดินของตน ฟ้องศาลยุติธรรม (63/2556) แต่หากโต้แย้งเฉพาะความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่ง ฟ้องศาลปกครอง (36/2547, 87/2557)
  • ส.ป.ก. จังหวัดเพิกเฉยไม่ออกหนังสืออนุญาต ฟ้องศาลปกครองฐานละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรได้ (มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ; เทียบเคียง 64/2555)
  • เจ้าหน้าที่รัฐทำละเมิดต่อที่ดิน ส.ป.ก. โดยหลักฟ้องศาลปกครอง แต่หากต้องวินิจฉัยก่อนว่าที่ดินเป็นของใคร จะเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินในอำนาจศาลยุติธรรม (44/2553, 11/2546)

ข้อกฎหมาย: มาตรา 19, 30 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ · พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542 มาตรา 9 · ระเบียบ คปก. พ.ศ. 2536 ข้อ 9

4.3 ภาครัฐกับภาครัฐ

ข้อพิพาทประเภทนี้มักไม่ปรากฏเป็นคดีฟ้องกันเองระหว่างหน่วยงานรัฐโดยตรง เพราะอยู่ภายใต้ฝ่ายบริหารเดียวกัน มักแก้ไขผ่านคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) หรือมติคณะรัฐมนตรีแทนการฟ้องศาล แต่ประเด็นเรื่องสถานะ/เขตแดนที่ดินระหว่างหน่วยงาน (ส.ป.ก. กรมป่าไม้ กรมธนารักษ์ กรมทางหลวง) มักปรากฏผ่านคดีที่ประชาชนเป็นผู้ฟ้อง

  • ที่ดินป่าสงวนที่โอนให้ ส.ป.ก. ยังเป็นที่ดินของรัฐ ส.ป.ก. ถือไว้เพื่อการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น ไม่ใช่กรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 (ฎีกาที่ 8371/2551)
  • ที่ดินแปลงเดียวกันถูกขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ หากคำขอท้ายฟ้องให้ศาลวินิจฉัยสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (แนวเดียวกับ 69/2568)
  • หน่วยงานรัฐเห็นไม่ตรงกันเรื่องแนวเขตที่ดิน โดยหลักชี้ขาดผ่านคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) หรือมติคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่การฟ้องร้องกันเอง

ข้อกฎหมาย: มาตรา 26 (4), มาตรา 36 ทวิ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ · ป.ที่ดิน มาตรา 2, 3 (2) · ป.พ.พ. มาตรา 1336

ดูคำถาม-คำตอบฉบับละเอียดได้ที่ ภาคผนวก: คำถาม-คำตอบ 60 ข้อ ท้ายบทความ

5. ขั้นตอนการดำเนินการ พร้อมพยานหลักฐานที่ต้องเตรียมในแต่ละขั้นตอน

ขั้นที่ 1: ตรวจสอบข้อเท็จจริง/รวบรวมหลักฐานเบื้องต้น (ที่ ส.ป.ก. จังหวัด)

พยานบุคคล:

  • เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. จังหวัดผู้รับผิดชอบแปลงที่ดิน
  • กำนัน/ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่
  • เพื่อนบ้าน/เจ้าของแปลงข้างเคียงที่รู้เห็นการทำกินต่อเนื่อง

พยานเอกสาร:

  • หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ (ส.ป.ก. 4-01) ต้นฉบับ/สำเนา
  • ทะเบียนเกษตรกรจากกรมส่งเสริมการเกษตร
  • หลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 5) ถ้ามี
  • แผนที่/ระวางที่ดินและผลการรังวัดเดิม
  • บัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านของคู่กรณี

พยานวัตถุ:

  • สภาพพื้นที่จริง (ต้นไม้ยืนต้น พืชผล บ้านพัก คันนา รั้วเขตแดน) ถ่ายภาพพร้อมวันที่
  • ภาพถ่ายทางอากาศ/ภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบย้อนหลัง
  • หมุดหลักเขตที่ดิน (ถ้ามี)

ขั้นที่ 2: ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.)

พยานบุคคล:

  • ตัวผู้ยื่นอุทธรณ์เอง
  • พยานยืนยันความเป็นเกษตรกร เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง

พยานเอกสาร:

  • หนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอน/ปฏิเสธคำขอจาก ส.ป.ก. (ระบุเหตุผล)
  • แบบคำอุทธรณ์
  • หลักฐานคุณสมบัติเกษตรกร (ทะเบียนเกษตรกร ใบรับรองการปลูกพืช/เลี้ยงสัตว์)
  • หนังสือรับรองจากที่ว่าการอำเภอว่าไม่มีที่ดินทำกินอื่นเพียงพอ

พยานวัตถุ:

  • ภาพถ่ายกิจกรรมทางการเกษตรในแปลง (นา สวน ไร่ ปศุสัตว์)
  • ผลผลิตทางการเกษตร/เครื่องมือทำการเกษตรที่ใช้จริง

ขั้นที่ 3: ฟ้องคดีต่อศาล

พยานบุคคล:

  • ตัวโจทก์/ผู้ฟ้องคดี
  • พยานผู้รู้เห็นการครอบครองทำประโยชน์ต่อเนื่อง
  • เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ผู้จัดทำ/ลงนามในหนังสืออนุญาต
  • เจ้าหน้าที่รังวัด/ช่างรังวัดกรมที่ดิน
  • พยานผู้เชี่ยวชาญ (กรณีต้องพิสูจน์แนวเขตป่าสงวน/เขตปฏิรูปที่ดินซ้อนทับ)

พยานเอกสาร:

  • หนังสืออนุญาต ส.ป.ก. 4-01 ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
  • พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน
  • คำสั่งเพิกถอน/ปฏิเสธของ ส.ป.ก. พร้อมผลการพิจารณาอุทธรณ์จาก คปก.
  • ระวางแผนที่และผลการรังวัดสอบเขต
  • สัญญาที่เกี่ยวข้อง (แม้เป็นโมฆะก็ใช้เป็นหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงได้)
  • ใบเสร็จ/หลักฐานการชำระเงิน
  • ใบมรณบัตร/หลักฐานความเป็นทายาท (กรณีมรดก)
  • หนังสือมอบอำนาจ

พยานวัตถุ:

  • สภาพที่ดินจริง ณ วันตรวจสอบ
  • ภาพถ่ายทางอากาศ/ภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังหลายช่วงเวลา
  • หมุดหลักเขตที่ดิน/พิกัด GPS แปลงที่ดิน

ขั้นที่ 4: ชั้นพิจารณาคดี/สืบพยานในศาล

พยานบุคคล:

  • พยานทุกฝ่ายที่นำสืบตามบัญชีระบุพยาน
  • พยานผู้เชี่ยวชาญด้านการรังวัด/แผนที่ที่ศาลแต่งตั้ง
  • เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

พยานเอกสาร:

  • รายงานผลการตรวจสอบ/เผชิญสืบสถานที่โดยศาล
  • ความเห็นผู้เชี่ยวชาญที่ศาลแต่งตั้ง
  • เอกสารทั้งหมดที่ยื่นในชั้นฟ้อง

พยานวัตถุ:

  • สภาพที่ดินจริงในวันที่ศาลนัดเดินเผชิญสืบ (หากมี)
  • วัตถุพยานอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในคดี

ขั้นที่ 5: บังคับคดีตามคำพิพากษา

พยานบุคคล:

  • เจ้าพนักงานบังคับคดี
  • ตัวโจทก์/ผู้ฟ้องคดีหรือผู้รับมอบอำนาจ เพื่อชี้แนวเขตในการบังคับคดี

พยานเอกสาร:

  • คำพิพากษาถึงที่สุด
  • หมายบังคับคดี/คำสั่งศาล

พยานวัตถุ:

  • ผลการรังวัด/ปักหมุดตามคำพิพากษาในสถานที่จริง

6. เอกสารที่ต้องเตรียม (สรุปรวม)

  • หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ (ส.ป.ก. 4-01)
  • บัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านของคู่กรณี
  • หลักฐานการครอบครองทำประโยชน์ (ภาพถ่ายแปลง ใบเสร็จค่าปุ๋ย พยานบุคคล)
  • สัญญาที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  • หนังสือแจ้งคำสั่งจาก ส.ป.ก.
  • แผนที่/ระวางที่ดิน ผลการรังวัด
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • ใบมรณบัตรและหลักฐานความเป็นทายาท (กรณีมรดก)

เอกสารที่ต้องเตรียมในข้อพิพาทที่ดิน ส.ป.ก.

7. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หน่วยงาน

บทบาท

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส่วนกลาง)

กำหนดนโยบาย ออก/เพิกถอนหนังสืออนุญาตผ่านเลขาธิการ

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด

ดำเนินการในพื้นที่ ตรวจสอบแปลง รับเรื่องร้องเรียน

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.)

พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนสิทธิ

ศาลปกครอง

คดีความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครองของ ส.ป.ก.

ศาลยุติธรรม

คดีพิพาทสิทธิครอบครองระหว่างเอกชน คดีขับไล่ คดีโมฆะสัญญา

กรมที่ดิน

ข้อมูลแนวเขตที่ดิน กรณีทับซ้อนกับที่ดินมีโฉนด/น.ส.3

กรมธนารักษ์

กรณีที่ดินทับซ้อนกับที่ราชพัสดุ

8. ระยะเวลาดำเนินการ (โดยประมาณ)

  • ตรวจสอบข้อเท็จจริง/รังวัด: 1–3 เดือน
  • พิจารณาอุทธรณ์โดย คปก.: 3–6 เดือน
  • คดีในศาลชั้นต้น: 1–3 ปี
  • หากมีการอุทธรณ์/ฎีกาต่อ: รวม 3–5 ปีหรือมากกว่า

9. ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

  • ค่าธรรมเนียมตรวจสอบ/รังวัด: หลักร้อยถึงหลักพันบาท
  • ค่าธรรมเนียมศาล: คดีมีทุนทรัพย์เสียค่าขึ้นศาลร้อยละ 2 แต่ถ้าคดีไม่มีทุนทรัพย์เสียอัตราคงที่หลักร้อยบาท
  • ค่าทนายความ: ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน
  • ค่าใช้จ่ายอื่น: ค่าคัดสำเนาเอกสารราชการ ค่าพยานผู้เชี่ยวชาญ ค่าบังคับคดี

10. ตารางสรุปเขตอำนาจศาลอย่างรวดเร็ว

ลักษณะคำฟ้อง

ศาลที่มีอำนาจ

อ้างอิง

ขอให้ศาลรับรอง/คุ้มครองสิทธิครอบครองในที่ดินระหว่างเอกชน

ศาลยุติธรรม

88/2557, 63/2556, 54/2554

ขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองโดยไม่ต้องวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ก่อน

ศาลปกครอง

36/2547, 87/2557

ฟ้องละเมิดที่แท้จริงเป็นการโต้แย้งกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองที่ดิน

ศาลยุติธรรม

44/2553, 11/2546

ฟ้องกรณีหน่วยงานรัฐละเลย/ล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่

ศาลปกครอง

64/2555

ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างเอกชนกับหน่วยงานถือครองที่ดินรัฐ

ศาลยุติธรรม

69/2568

11. ข้อแนะนำสำคัญ

  • ตรวจสอบกับ ส.ป.ก. จังหวัดก่อนซื้อที่ดินทุกครั้ง เพราะแม้สุจริตไม่ทราบก็ไม่มีผลทำให้สัญญาสมบูรณ์
  • เตรียมพยานหลักฐานทั้ง 3 ประเภทให้ครบตั้งแต่ขั้นตอนแรก จะช่วยลดเวลาการดำเนินคดีในภายหลัง
  • ผู้ถูกแจ้งเพิกถอนสิทธิต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาทันที
  • ปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาเขตอำนาจศาลก่อนยื่นฟ้องเสมอ

ข้อพิพาทที่ดิน ส.ป.ก. กฎหมาย ขั้นตอน พยานหลักฐาน และคำถาม-คำตอบ 60 ข้อ

ภาคผนวก: คำถาม-คำตอบฉบับสมบูรณ์ 60 ข้อ แยกตามคู่กรณี

หมวด 1: ประชาชนกับประชาชน (20 ข้อ)

ซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ระหว่างเอกชนทำได้หรือไม่?

ไม่ได้ เป็นนิติกรรมต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ (มาตรา 39 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 150; ฎีกาที่ 5172/2560)

ผู้ซื้อที่ดิน ส.ป.ก. เข้าครอบครองนานแล้ว อ้างสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง ได้หรือไม่?

ไม่ได้ เพราะสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น การครอบครองภายหลังไม่ก่อสิทธิ (ฎีกาที่ 5172/2560)

ขายฝากที่ดิน ส.ป.ก. มีผลบังคับหรือไม่?

ไม่มีผล เป็นโมฆะเช่นเดียวกับการซื้อขายทั่วไป (มาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 150; ฎีกาที่ 13450/2558)

ให้ผู้อื่น “ทำกินต่างดอกเบี้ย” ในที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อค้ำประกันหนี้เงินกู้ ทำได้หรือไม่?

ไม่ได้ ถือเป็นการโอนสิทธิเช่นเดียวกับการซื้อขาย เพื่อป้องกันการเลี่ยงกฎหมาย จึงเป็นโมฆะ (ฎีกาที่ 8222/2553)

คดีเก่าก่อนปี 2535 ที่ตัดสินว่าสัญญาซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโมฆะ อ้างมาตราใดของ ป.พ.พ.?

คดีที่ตัดสินก่อนปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งฯ บรรพ 1 (พ.ศ. 2535) จะอ้าง ป.พ.พ. มาตรา 113 (เดิม) ซึ่งเป็นหลักเดียวกับมาตรา 150 ในปัจจุบัน (ฎีกาที่ 9780/2539)

ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ส.ป.ก. โดยมีเงื่อนไขว่าจะโอนกันเมื่อออกเป็นโฉนด/น.ส.3 แล้ว สัญญาแบบนี้โมฆะหรือไม่?

ไม่โมฆะ เพราะคู่สัญญาไม่ได้มีเจตนาซื้อขายที่ดินที่ยังมีสถานะ ส.ป.ก. 4-01 อยู่ (ฎีกาที่ 2419/2552) แต่ยังต้องพิสูจน์เจตนาที่แท้จริงของคู่สัญญาเป็นกรณี ๆ ไป

ผู้ขายที่ดิน ส.ป.ก. เสียชีวิต ทายาทของผู้ขายเรียกที่ดินคืนจากผู้ซื้อได้หรือไม่?

ได้ เพราะสัญญาโมฆะทำให้สิทธิไม่เคยโอนไปยังผู้ซื้อเลย สิทธิยังคงเป็นของผู้ได้รับอนุญาตเดิมและตกแก่ทายาทโดยธรรม (มาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ; ฎีกาที่ 13450/2558)

หากทายาทของผู้ขายเดิมก็ทอดทิ้งที่ดินไป สิทธิจะเป็นของใคร?

สิทธิจะตกกลับไปเป็นของ ส.ป.ก. เพื่อจัดสรรให้เกษตรกรรายใหม่ต่อไป (ฎีกาที่ 13450/2558)

ที่ดิน ส.ป.ก. ที่ได้รับระหว่างสมรส เป็นสินสมรสหรือไม่ เมื่อหย่าจะแบ่งอย่างไร?

สิทธิเข้าทำประโยชน์ที่ได้มาระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474 โดยหลักทั่วไป แต่การแบ่งแยกหรือโอนสิทธิยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดมาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ในทางปฏิบัติจึงมักกำหนดให้คู่สมรสฝ่ายที่มีคุณสมบัติเกษตรกรเป็นผู้รับสิทธิต่อไป โดยชดใช้ราคาส่วนแบ่งให้อีกฝ่ายแทนการแบ่งตัวที่ดิน

บิดามารดาต้องการยกที่ดิน ส.ป.ก. ให้บุตรขณะที่ตนยังมีชีวิตอยู่ ทำได้หรือไม่?

ทำไม่ได้ มาตรา 39 อนุญาตให้โอนเฉพาะกรณีตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรมเท่านั้น การยกให้ขณะมีชีวิตเป็นโมฆะเช่นเดียวกับการซื้อขาย

ซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. ผ่านนายหน้าหรือตัวแทน สัญญามีผลผูกพันหรือไม่?

ไม่ผูกพัน วัตถุแห่งนิติกรรมต้องห้ามตามกฎหมายไม่ว่าจะทำผ่านคู่สัญญาโดยตรงหรือผ่านตัวแทนก็ตาม เป็นโมฆะเช่นเดียวกัน (มาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 150)

ผู้ถือสิทธิสองคนอ้างสิทธิในที่ดินแปลงเดียวกันเพราะ ส.ป.ก. ออกเอกสารทับซ้อนโดยผิดหลง ฟ้องอย่างไร?

ต้องฟ้องทั้งผู้ถือสิทธิที่ทับซ้อนกันและ ส.ป.ก. ร่วมกัน คดีอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 71/2557)

ผู้ซื้อลงทุนปลูกสร้าง/ปลูกพืชในที่ดิน ส.ป.ก. ที่ซื้อมาโดยสัญญาโมฆะ เรียกค่าลงทุนคืนได้หรือไม่?

เมื่อสัญญาโมฆะ คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามหลักลาภมิควรได้ (ป.พ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบมาตรา 406) ผู้ขายต้องคืนเงินค่าที่ดินที่ได้รับไว้ ส่วนค่าลงทุนต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นกรณี ๆ ไป

เพื่อนบ้านสร้างรั้ว/บ้านรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก. ที่ตนได้รับอนุญาต ฟ้องขับไล่ได้หรือไม่ และมีความผิดอาญาด้วยหรือไม่?

ฟ้องขับไล่ทางแพ่งได้ตามหลักละเมิด (ป.พ.พ. มาตรา 420) และหลักการครอบครอง (มาตรา 1375) การบุกรุกเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นเพื่อถือเอาเป็นของตนอาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 ด้วย

ที่ดิน ส.ป.ก. สามารถอ้างครอบครองปรปักษ์ (ป.พ.พ. มาตรา 1382) ได้หรือไม่?

ไม่ได้ เพราะที่ดิน ส.ป.ก. ยังคงเป็นที่ดินของรัฐ ไม่ใช่ที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์เป็นเอกชน (ป.พ.พ. มาตรา 1382 ประกอบหลักจากฎีกาที่ 8371/2551)

ฟ้องเรียกเงินคืนจากสัญญาซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. ที่เป็นโมฆะ มีอายุความเท่าใด?

เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์คืนฐานลาภมิควรได้ มีอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ว่ามีสิทธิเรียกคืน หรือ 10 ปีนับแต่สิทธินั้นเกิดขึ้น แล้วแต่ระยะเวลาใดถึงก่อน (ป.พ.พ. มาตรา 419)

ที่ดิน ส.ป.ก. เช่าซื้อจาก ส.ป.ก. โดยตรง ผู้เช่าซื้อเสียชีวิตก่อนผ่อนครบ สิทธิตกแก่ใคร?

พิจารณาข้อกำหนดในสัญญาเช่าซื้อประกอบระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การโอนและตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่า/เช่าซื้อที่ดินฯ พ.ศ. 2535 (ฎีกาที่ 6042/2551)

ทายาทหลายคนแย่งสิทธิรับมรดกที่ดิน ส.ป.ก. จากผู้ตายคนเดียวกัน ต้องดำเนินการอย่างไร?

ต้องยื่นคำร้องต่อ ส.ป.ก. จังหวัดเพื่อพิจารณาคุณสมบัติทายาท หากตกลงกันไม่ได้ อาจต้องฟ้องต่อศาลยุติธรรมให้แบ่งปันตามหลักกฎหมายมรดก (ป.พ.พ. บรรพ 6) ประกอบมาตรา 39 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าที่ดินเป็น ส.ป.ก. แต่ยังฝ่าฝืนทำสัญญาซื้อขายกัน มีความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่?

พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ไม่ได้กำหนดบทลงโทษทางอาญาสำหรับการฝ่าฝืนมาตรา 39 ระหว่างเอกชนโดยตรง ผลทางกฎหมายคือสัญญาตกเป็นโมฆะทางแพ่งเท่านั้น (มาตรา 39 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 150)

ยกที่ดิน ส.ป.ก. ให้ผู้อื่นครอบครองแทนโดยตกลงกันด้วยวาจา (ไม่มีสัญญาเป็นหนังสือ) มีผลต่างจากสัญญาเป็นหนังสือหรือไม่?

ไม่ต่างกัน มาตรา 39 ห้าม “โอนสิทธิ” โดยไม่จำกัดรูปแบบนิติกรรม หากเป็นการโอนสิทธิครอบครองย่อมต้องห้ามและเป็นโมฆะเช่นเดียวกัน (แนวเดียวกับฎีกาที่ 8222/2553)

หมวด 2: ประชาชนกับภาครัฐ (20 ข้อ)

ส.ป.ก. มีคำสั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตของผม อ้างว่าผมมีที่ดินทำกินเพียงพออยู่แล้ว ต้องทำอย่างไร?

ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ก่อน อำนาจเพิกถอนของเลขาธิการ ส.ป.ก. มาจากมาตรา 19, 30 พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ประกอบระเบียบ คปก. ว่าด้วยการออกหนังสืออนุญาตฯ พ.ศ. 2536 ข้อ 9 (ฎีกาที่ 6491/2550)

หากอุทธรณ์ต่อ คปก. แล้วไม่ได้รับการพิจารณา ต้องทำอย่างไรต่อไป?

ฟ้องต่อศาลปกครองภายในกำหนดเวลา เพราะเป็นการโต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครอง (มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542)

คปก. ไม่รับพิจารณาอุทธรณ์เพราะเห็นว่าผู้อุทธรณ์ไม่ใช่เกษตรกร ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?

ชอบด้วยกฎหมาย หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้อุทธรณ์มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพออยู่แล้ว (มาตรา 19(7) พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ; ฎีกาที่ 6491/2550)

มีเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. อยู่ก่อนแล้ว แต่ ส.ป.ก. ออก 4-01 ทับที่ดินให้คนอื่น ฟ้องศาลไหน?

หากมุ่งหมายให้ศาลรับรองกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองของตนก่อน เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556)

ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสืออนุญาตของบุคคลอื่นและขอให้ออกให้ตนแทน ฟ้องศาลไหน?

อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 36/2547)

ที่ดินมี ส.ป.ก. 4-01 ข อยู่แล้ว มีผู้อื่นโต้แย้งว่าออกโดยไม่ชอบ ฟ้องศาลไหน?

คดีมีประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของหนังสืออนุญาต อยู่ในอำนาจศาลปกครอง (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 87/2557)

ยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์นานแล้วแต่ ส.ป.ก. จังหวัดเพิกเฉย ฟ้องได้หรือไม่?

ฟ้องได้ต่อศาลปกครอง ฐานหน่วยงานปกครองละเลยต่อหน้าที่ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ (เทียบเคียงคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 64/2555)

เจ้าหน้าที่รัฐก่อสร้างรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก. ที่ตนได้รับอนุญาต ฟ้องศาลไหน?

โดยหลักคดีละเมิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายอยู่ในอำนาจศาลปกครอง (มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)) แต่หากต้องวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ก่อน คดีจะกลายเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 44/2553, 11/2546)

คุณสมบัติของผู้ที่จะขอรับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินมีอะไรบ้าง?

เป็นไปตามระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกรฯ พ.ศ. 2538 ออกโดยอาศัยมาตรา 19(7) พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 88/2557)

คปก. พิจารณาอุทธรณ์โดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด จะโต้แย้งได้หรือไม่?

ได้ โดยอ้างว่าผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์มิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 (แนวข้อต่อสู้ในฎีกาที่ 54/2554)

ฟ้องคดีต่อศาลปกครองต้องยื่นภายในกำหนดเวลาเท่าใด?

โดยหลักต้องยื่นฟ้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ตามมาตรา 49 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

ที่ดิน ส.ป.ก. ที่เคยเป็นป่าสงวนมาก่อน ถูกดำเนินคดีอาญาข้อหาบุกรุกป่า ต่อสู้คดีอย่างไร?

ต้องพิสูจน์ว่าที่ดินผ่านกระบวนการเพิกถอนสภาพป่าสงวนและโอนให้ ส.ป.ก. ตามมาตรา 26(4) พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ แล้วจริงหรือไม่ (ฎีกาที่ 8371/2551 ประกอบประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2, 3(2))

เจ้าของที่ดินตาม น.ส.3 ก. พบว่าที่ดินถูกกรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุทับซ้อน ฟ้องศาลไหน?

หากมุ่งหมายให้ศาลวินิจฉัยกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองของตน เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (แนวจากคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 69/2568)

ส.ป.ก. ปฏิเสธไม่รับโอนสิทธิเช่าซื้อที่ดินให้ทายาทของผู้เช่าซื้อที่เสียชีวิต ฟ้องได้หรือไม่?

ฟ้องได้ พิจารณาตามระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การโอนและตกทอดทางมรดกสิทธิเช่า/เช่าซื้อที่ดินฯ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 30 วรรคหก พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ (ฎีกาที่ 6042/2551)

หน่วยงานรัฐปฏิเสธไม่ลงนามรับรองแนวเขตที่ดินที่ประชาชนขอออกโฉนด อ้างว่าทับที่ราชพัสดุ ฟ้องอย่างไร?

ฟ้องต่อศาลปกครองฐานหน่วยงานรัฐละเลยต่อหน้าที่ ขอให้ศาลสั่งให้ลงนามรับรองแนวเขต (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 64/2555 ประกอบกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2545)

ส.ป.ก. ออกหนังสืออนุญาตให้บุคคลอื่นทับที่ดินที่ตนครอบครองอยู่เดิมโดยผิดหลง ฟ้องอย่างไร?

ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสืออนุญาตเฉพาะส่วนที่ทับซ้อน คดีอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 71/2557)

ส.ป.ก. เป็นนิติบุคคลที่ถูกฟ้องได้หรือไม่?

ได้ ส.ป.ก. เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองที่อาจถูกฟ้องคดีได้ (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 36/2547)

ส.ป.ก. จังหวัดไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก ต้องฟ้องใคร?

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเป็นหน่วยงานในสังกัด ส.ป.ก. ส่วนกลาง ไม่มีฐานะนิติบุคคลแยกต่างหาก การฟ้องคดีจึงต้องฟ้อง ส.ป.ก. (ส่วนกลาง) เป็นคู่ความโดยตรง หรือฟ้องทั้งสองหน่วยงานร่วมกัน

ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีการออก น.ส.3 ก. ให้เอกชนโดยผิดพลาด ภายหลังนำเข้าเขตปฏิรูปที่ดิน ต้องวางประเด็นฟ้องอย่างไร?

หากขอให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของตน จะเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม แม้จำเลยจะเป็นหน่วยงานปกครองก็ตาม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 88/2557)

ได้รับความเสียหายจากการที่ ส.ป.ก. จัดสรรที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานรัฐได้หรือไม่?

มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายที่ศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542

หมวด 3: ภาครัฐกับภาครัฐ (20 ข้อ)

หมายเหตุ: ข้อพิพาทประเภทนี้แทบไม่ปรากฏเป็นคดีที่หน่วยงานรัฐฟ้องร้องกันเองโดยตรง ประเด็นข้อกฎหมายส่วนใหญ่จึงปรากฏผ่านคดีที่ประชาชนเป็นผู้ฟ้อง โดยมีหน่วยงานรัฐหลายแห่งเป็นคู่ความหรือเป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่ศาลต้องวินิจฉัย

ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติที่ถูกเพิกถอนสภาพเพื่อนำมาใช้ปฏิรูปที่ดิน เปลี่ยนหน่วยงานผู้ดูแลจากกรมป่าไม้เป็น ส.ป.ก. ได้อย่างไร?

โดยอาศัยมาตรา 26 (4) พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ซึ่งกำหนดกระบวนการเพิกถอนสภาพที่ดินป่าสงวนเพื่อนำมาใช้ในการปฏิรูปที่ดิน (ฎีกาที่ 8371/2551)

เมื่อที่ดินเปลี่ยนจากกรมป่าไม้เป็น ส.ป.ก. แล้ว ส.ป.ก. มีกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบเหมือนเจ้าของทรัพย์สินทั่วไปหรือไม่?

ไม่ใช่ มาตรา 36 ทวิ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ ให้ ส.ป.ก. เป็นผู้ “ถือกรรมสิทธิ์” เพียงเพื่อนำไปใช้ในการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น มิได้มีสิทธิใช้สอย จำหน่ายอย่างเจ้าของทรัพย์สินทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 (ฎีกาที่ 8371/2551)

หน่วยงานใดเป็นผู้ทรงสิทธิในที่ดินระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านจากป่าสงวนเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน?

ที่ดินยังเป็นที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 ตลอดกระบวนการ เพียงแต่เปลี่ยนหน่วยงานผู้ดูแลตามมาตรา 26(4) และ 36 ทวิ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ (ฎีกาที่ 8371/2551)

ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อนกับที่ราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนไว้ ใครมีอำนาจดูแลที่แท้จริง?

ต้องตรวจสอบว่าที่ดินแปลงนั้นผ่านกระบวนการนำเข้าเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินแล้วหรือไม่ และกรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ในช่วงเวลาใด (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 69/2568, 67/2556, 117/2557)

ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อนกับเขตทางหลวงแผ่นดิน จะจัดการอย่างไร?

ต้องตรวจสอบแนวเขตตามพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินเปรียบเทียบกับแนวเขตปฏิรูปที่ดิน หากเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินจะอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 44/2553, 11/2546)

เขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อนกับเขตโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ใครมีอำนาจดำเนินการ?

พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มาตรา 4, 13, 14 กำหนดให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดและคณะกรรมการกลางมีอำนาจดำเนินการแยกต่างหากจากอำนาจของ ส.ป.ก. (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 47/2548)

หน่วยงานรัฐสองแห่งเห็นไม่ตรงกันว่าที่ดินอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินหรือเขตป่าสงวน/อุทยานแห่งชาติ ใครเป็นผู้ชี้ขาด?

โดยหลักชี้ขาดผ่านคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) หรือมติคณะรัฐมนตรีในกรณีที่มีนัยสำคัญในระดับนโยบาย

หากหน่วยงานรัฐสองแห่งไม่อาจตกลงกันได้ในทางบริหาร ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะฟ้องหน่วยงานใด?

ฟ้องหน่วยงานที่ออกคำสั่งหรือกระทำการอันเป็นเหตุแห่งความเสียหายโดยตรง อาจฟ้องหลายหน่วยงานร่วมกันให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องแนวเขต/สถานะที่ดินไปพร้อมกัน (แนวทางตามคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556)

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องการใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อสร้างสาธารณูปโภค ต้องขออนุญาตจากใคร?

ต้องขออนุญาตจาก ส.ป.ก. ซึ่งมีอำนาจจัดที่ดินให้บุคคลหรือหน่วยงานเช่า เช่าซื้อ หรือเข้าทำประโยชน์เพื่อกิจการอื่นที่สนับสนุนการปฏิรูปที่ดินได้ ไม่เกิน 50 ไร่ (มาตรา 30 ทวิ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532)

เมื่อ ส.ป.ก. ได้ที่ดินมาโดยการจัดซื้อหรือเวนคืน สิทธิของผู้เช่าที่ดินเดิมตามกฎหมายอื่นจะสิ้นสุดลงหรือไม่?

สิ้นสุดลง ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 3 พ.ศ. 2532)

พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (กฎหมายทั่วไปเรื่องเช่านา) ใช้บังคับกับที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. ด้วยหรือไม่?

การจัดที่ดินให้เช่าหรือเช่าซื้อโดย ส.ป.ก. ตามมาตรา 30 ทวิ ไม่อยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559) แต่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ คปก. กำหนดแทน (มาตรา 30 ทวิ วรรคท้าย พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532)

คนต่างด้าวสามารถเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในเขตปฏิรูปที่ดินได้หรือไม่?

โดยหลักทั่วไปตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 5/2 (เพิ่มโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559) ห้ามมิให้คนต่างด้าวเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมหรือหลีกเลี่ยงกฎหมายนี้ไม่ว่าด้วยวิธีใด

กรมที่ดินกับ ส.ป.ก. มีอำนาจซ้อนทับกันในการออกเอกสารสิทธิหรือไม่?

โดยหลักกรมที่ดินมีอำนาจออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วน ส.ป.ก. มีอำนาจออกหนังสืออนุญาตเฉพาะในเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขต หากทับซ้อนต้องพิสูจน์ลำดับเวลาการออกเอกสารแต่ละฝ่าย (แนวข้อเท็จจริงในคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556)

เมื่อหน่วยงานรัฐหลายแห่งถูกฟ้องร่วมกันในคดีเดียว ศาลจะพิจารณาอย่างไร?

ศาลจะพิจารณาความมุ่งหมายที่แท้จริงของคำฟ้องเป็นหลัก หากมุ่งให้ศาลวินิจฉัยกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองก่อน ถือเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมทั้งคดี (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556, 54/2554)

หากศาลปกครองและศาลยุติธรรมมีความเห็นแตกต่างกันเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีเดียวกัน ใครเป็นผู้ชี้ขาด?

คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง (3)

เกณฑ์การพิจารณาเขตอำนาจศาลระหว่างศาลปกครองและศาลยุติธรรมโดยทั่วไปเป็นอย่างไร?

ต้องพิจารณาพฤติการณ์แห่งการกระทำอันเป็นมูลเหตุแห่งการฟ้องคดีและคำขอท้ายคำฟ้องเป็นหลักว่ามุ่งหมายให้ศาลวินิจฉัยเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครอง หรือมุ่งวินิจฉัยกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองในที่ดิน (มาตรา 9 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542 ประกอบแนวคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 63/2556)

ที่ดินที่ ส.ป.ก. จัดสรรแล้ว ภายหลังหน่วยงานอื่นอ้างว่าอยู่ในเขตอุทยานที่ประกาศทีหลัง ที่ดินยังใช้ได้หรือไม่?

ต้องพิจารณาลำดับเวลาการออกพระราชกฤษฎีกา/กฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละหน่วยงานเป็นสำคัญ หากเขตปฏิรูปที่ดินประกาศก่อนและมีการจัดสรรโดยชอบแล้ว สิทธิของเกษตรกรผู้ได้รับจัดสรรย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 19(7) พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ แต่เป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์เป็นรายกรณี

หน่วยงานรัฐมีสิทธิฟ้องร้องกันเองในชั้นศาลได้หรือไม่ หากเห็นไม่ตรงกันเรื่องอำนาจดูแลที่ดิน?

ในทางปฏิบัติไม่ค่อยปรากฏหน่วยงานรัฐฟ้องกันเองในชั้นศาลโดยตรง เนื่องจากอยู่ภายใต้ฝ่ายบริหารเดียวกัน จึงมักแก้ไขผ่านกลไกภายในฝ่ายบริหาร เช่น คทช. หรือมติคณะรัฐมนตรี

เมื่อมีการพิพาทเรื่องแนวเขตระหว่าง ส.ป.ก. กับหน่วยงานอื่น จะใช้หลักฐานใดในการพิสูจน์แนวเขตที่ถูกต้อง?

ใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน แผนที่/ระวางที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ผลการรังวัดร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และหลักฐานการใช้ประโยชน์ที่ดินประกอบกัน

หากที่ดินซึ่งเคยอยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐหนึ่งถูกโอนไปอยู่ในความดูแลของอีกหน่วยงานหนึ่งแล้ว แต่เอกสารสิทธิเดิมยังไม่ได้แก้ไข จะมีผลต่อสิทธิของประชาชนที่ถือครองอยู่หรือไม่?

โดยหลักสิทธิของประชาชนผู้ถือครองโดยชอบด้วยกฎหมายยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเดิมที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่ได้รับสิทธิ การเปลี่ยนหน่วยงานผู้ดูแลเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของรัฐ ไม่กระทบสิทธิของประชาชนที่ได้รับมาโดยชอบ (หลักทั่วไปตามมาตรา 26(4), 36 ทวิ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฯ; ฎีกาที่ 8371/2551)

แหล่งอ้างอิงทั้งหมด

ตัวบทกฎหมาย:

พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 มาตรา 6, 19, 25 ทวิ, 26(4), 30, 30 ทวิ, 32, 36 ทวิ, 39 , ป.พ.พ. มาตรา 113(เดิม)/150, 172, 406, 419, 420, 1336, 1375, 1382, 1474 · ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2, 3(2), 9, 108, 108 ทวิ · ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 · พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9, 49 · พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 10 · พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 · พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2517 · พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559) มาตรา 5/2 · พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 · พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545

ระเบียบ/กฎกระทรวง:

ระเบียบ คปก. ว่าด้วยการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2536 · ระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกรฯ พ.ศ. 2538 · ระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การโอนและตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่า/เช่าซื้อที่ดินฯ พ.ศ. 2535 · กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2545

คำพิพากษาฎีกา:

5172/2560, 9780/2539, 8222/2553, 13450/2558, 6491/2550, 8371/2551, 2419/2552, 6042/2551, 11/2546

คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล:

36/2547, 44/2553, 47/2548, 54/2554, 63/2556, 64/2555, 67/2556, 68/2568, 69/2568, 71/2557, 87/2557, 88/2557, 117/2557, 206/2569

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป โดยอ้างอิงบทบัญญัติกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา/คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลจากฐานข้อมูลกฎหมาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะรายกรณี ผู้มีข้อพิพาทควรปรึกษาทนายความหรือติดต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำที่ตรงกับข้อเท็จจริงของตน

ทนายความ บริษัท ทนายโซเชียล จำกัด


ปรึกษาปัญหากฎหมายกับทนายโซเชียล
บริษัท ทนายโซเชียล จำกัด โทร 095-169-9998 หรือ เพิ่มเพื่อน LINE เพื่อส่งคำถาม
ติดตามบทความกฎหมายใหม่ได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจทนายโซเชียล

เพิ่มเพื่อน LINE ทนายโซเชียล

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

แชตกับทนาย โทรหาทนาย