แรงงาน

ลูกจ้างโพสต์ด่าบริษัทในเฟซบุ๊ก ไล่ออกได้ไหม ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่

โดย ทีมทนายความ ทนายโซเชียล··อ่าน 10 นาที
ลูกจ้างโพสต์ด่าบริษัทในเฟซบุ๊ก ไล่ออกได้ไหม ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่

ลูกจ้างโพสต์ด่าบริษัท นายจ้างไล่ออกได้ไหม? ได้ ถ้าโพสต์นั้นเข้า มาตรา 119 เช่น จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย หรือหมิ่นประมาทนายจ้าง ซึ่งศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าการโพสต์ระบายจนภาพลักษณ์นายจ้างเสียหาย เลิกจ้างได้โดย ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (ฎีกาที่ 8206/2560) แต่ถ้าเป็นเพียงคำบ่นที่ไม่ก่อความเสียหาย นายจ้างควรตักเตือนก่อน และต้อง ระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้างให้ครบ

สรุปสั้น

  • เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้เฉพาะ 6 กรณีตามมาตรา 119
  • โพสต์ที่ทำให้นายจ้างเสียหาย ศาลฎีกาเคยเห็นว่าเข้ามาตรา 119 (2) (ฎีกาที่ 8206/2560)
  • “จงใจ” ต้องประสงค์หรือรู้ว่าจะเกิดความเสียหาย (ฎีกาที่ 8241/2544, 902/2545)
  • ไม่ระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้าง ยกขึ้นอ้างในศาลภายหลังไม่ได้ (มาตรา 119 วรรคสาม)
  • ควรมีนโยบายโซเชียลมีเดียในข้อบังคับการทำงาน

ปัญหาที่นายจ้างเจอจริง

พนักงานไม่พอใจหัวหน้า แล้วโพสต์ระบายในเฟซบุ๊ก TikTok หรือกลุ่ม LINE ระบุชื่อบริษัทหรือชื่อผู้บริหาร บางรายถ่ายภาพเอกสารภายใน รายชื่อลูกค้า หรือราคาต้นทุนไปโพสต์ บางรายโพสต์ไม่กี่นาทีก็ลบ แต่มีคนแคปไว้แล้ว นายจ้างต้องการเลิกจ้างทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชย คำถามคือทำได้หรือไม่ และถ้าทำผิดขั้นตอนจะกลายเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายฐานเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

หลักกฎหมาย: มาตรา 118 และมาตรา 119

เมื่อเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 เว้นแต่ลูกจ้างทำผิดตาม มาตรา 119 ซึ่งมีเพียง 6 กรณี

โพสต์แบบไหนเข้ามาตรา 119 เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
มาตรา 119 กรณี เกี่ยวกับการโพสต์อย่างไร
(1) ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง โพสต์หมิ่นประมาทนายจ้าง อาจเป็นความผิดอาญาโดยเจตนา (ต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิด)
(2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ต้องจงใจ คือประสงค์ให้เสียหายหรือรู้ว่าจะเกิดความเสียหาย
(3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง เช่น เผลอโพสต์เอกสารลับจนเกิดความเสียหายร้ายแรง
(4) ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และนายจ้างตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (กรณีร้ายแรงไม่ต้องเตือน) ฝ่าฝืนนโยบายโซเชียลมีเดียหรือข้อห้ามเปิดเผยความลับ
(5) ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่เกี่ยวโดยตรง
(6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าถูกฟ้องหมิ่นประมาทและได้รับโทษจำคุกจริง (เว้นแต่ความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ)

หนังสือเตือนตาม (4) มีผลบังคับไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด

จุดที่นายจ้างพลาดบ่อยที่สุด: ไม่ระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้าง

มาตรา 119 วรรคสาม (แก้ไขโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551) วางหลักว่า หากนายจ้างไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ใน หนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือไม่ได้แจ้งเหตุให้ลูกจ้างทราบในขณะที่เลิกจ้าง นายจ้างจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้

ผลในทางปฏิบัติ: ถ้าหนังสือเลิกจ้างเขียนเพียงว่า “บริษัทไม่ประสงค์จ้างต่อ” หรือ “ปรับโครงสร้าง” แล้วมาอ้างในศาลว่าเลิกจ้างเพราะโพสต์ด่าบริษัท ศาลจะไม่รับฟังเหตุนั้น นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวน หนังสือเลิกจ้างจึงต้องระบุให้ชัดว่า โพสต์อะไร เมื่อใด ช่องทางใด และผิดมาตรา 119 อนุมาตราใด

กรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า มาตรา 17 วรรคสี่กำหนดว่าทำได้เฉพาะกรณีมาตรา 119 หรือ ป.พ.พ. มาตรา 583 หากไม่เข้ากรณีเหล่านี้ นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าด้วย

คำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกาที่ 8241/2544 และ 902/2545 (ความหมายของ “จงใจ” ตาม 119(2)): การกระทำโดยจงใจหมายถึงการกระทำโดยรู้สำนึกและประสงค์ให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือรู้ว่าจะเกิดความเสียหาย หากไม่ถึงขั้นนั้น นายจ้างยังต้องจ่ายค่าชดเชย แม้อาจเลิกจ้างโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าได้ หากเข้า ป.พ.พ. มาตรา 583 ประกอบมาตรา 17 วรรคสี่ ข้อนี้สำคัญกับคดีโพสต์ เพราะลูกจ้างมักอ้างว่า “แค่ระบาย ไม่ได้ตั้งใจให้บริษัทเสียหาย”

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8206/2560 ลูกจ้างโพสต์ระบายเรื่องนายจ้าง ศาลชี้จงใจทำให้เสียหาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8206/2560 (โพสต์ระบายเรื่องนายจ้างในเฟซบุ๊ก): ลูกจ้างโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบายเรื่องนายจ้าง ทำนองว่านายจ้างกลั่นแกล้ง บริหารงานไม่เป็นธรรม และกิจการมีปัญหาการเงิน ผู้อ่านเห็นและแสดงความเห็นได้ ศาลเห็นว่าข้อความทำให้ภาพลักษณ์การบริหารงานของนายจ้างเสียหาย ซึ่งกระทบการตัดสินใจของลูกค้า และลูกจ้างทำงานมานานย่อมรู้ว่าจะเกิดผลเช่นนั้น จึงเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายตามมาตรา 119(2) และเป็นการกระทำอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องนี้)

แนวของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.): หากโพสต์ทำให้นายจ้างเสียหายหรือเป็นการหมิ่นประมาท เลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย แต่ถ้าเป็นเพียงถ้อยคำไม่สุภาพที่ไม่ก่อความเสียหาย นายจ้างควรตักเตือนเป็นหนังสือก่อน หากเลิกจ้างทันทีต้องจ่ายค่าชดเชย และอาจเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

แยกระดับความร้ายแรงของโพสต์

ระดับ ตัวอย่าง แนวทางของนายจ้าง
ร้ายแรง กล่าวหาว่าบริษัทโกงลูกค้าโดยไม่มีมูล, ดูหมิ่นผู้บริหารด้วยถ้อยคำหยาบคาย, เปิดเผยความลับทางการค้าหรือข้อมูลลูกค้า เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องเตือนก่อน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเข้ามาตรา 119 และระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้าง
ปานกลาง บ่นเรื่องงานหนัก ระบุชื่อบริษัท ถ้อยคำไม่สุภาพแต่ไม่ใส่ร้าย ออกหนังสือเตือน ให้ลบโพสต์ บันทึกไว้ หากทำซ้ำภายใน 1 ปี จึงเลิกจ้างตาม 119(4)
ไม่ควรลงโทษ วิจารณ์สภาพการจ้างอย่างสุภาพ, เรียกร้องสิทธิตามกฎหมาย, ร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ การลงโทษอาจถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
แยกระดับความร้ายแรงของโพสต์ลูกจ้าง ร้ายแรง ปานกลาง ไม่ควรลงโทษ

ขั้นตอนเมื่อพบโพสต์

  1. เก็บหลักฐานทันที แคปหน้าจอให้เห็น URL วันเวลา ชื่อบัญชี และจำนวนผู้เห็น ให้พยานอย่างน้อย 2 คนลงชื่อรับรอง หรือบันทึกด้วยวิธีที่ตรวจสอบย้อนหลังได้
  2. ตรวจว่าบัญชีเป็นของลูกจ้างจริง อย่าสรุปจากชื่อโปรไฟล์อย่างเดียว
  3. เปิดโอกาสให้ชี้แจง เรียกมาสอบข้อเท็จจริงเป็นลายลักษณ์อักษร ช่วยให้การเลิกจ้างมีเหตุอันสมควรและลดความเสี่ยงคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  4. ประเมินระดับความร้ายแรง ตามตารางข้างต้น และตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทว่ามีข้อห้ามรองรับหรือไม่
  5. ออกหนังสือเตือนหรือหนังสือเลิกจ้าง ที่ระบุข้อเท็จจริงครบตามมาตรา 119 วรรคสาม
  6. พิจารณาดำเนินคดีแยกต่างหาก หากเป็นการหมิ่นประมาท (ป.อ. มาตรา 326, 328) หรือละเมิด (ป.พ.พ. มาตรา 423) หรือเปิดเผยความลับทางการค้า (พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545) ซึ่งเป็นช่องทางเรียกค่าเสียหายต่างหากจากเรื่องเลิกจ้าง
ขั้นตอนที่นายจ้างควรทำเมื่อพบลูกจ้างโพสต์เรื่องบริษัท

ถ้าจะดำเนินคดีหมิ่นประมาทควบคู่ อ่าน ข้อต่อสู้คดีหมิ่นประมาท · โพสต์โดยไม่ระบุชื่อ เป็นหมิ่นประมาทหรือไม่ · คดีหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ป้องกันไว้ก่อน: นโยบายโซเชียลมีเดียในข้อบังคับ

นายจ้างที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป ต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทยตาม มาตรา 108 ควรเพิ่มหมวดโซเชียลมีเดีย เช่น

  • ห้ามเผยแพร่ข้อมูลลับ ข้อมูลลูกค้า เอกสารภายใน หรือภาพในพื้นที่หวงห้าม
  • ห้ามใช้ถ้อยคำดูหมิ่น ใส่ร้าย นายจ้าง ผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้า
  • ห้ามอ้างตนเป็นผู้แทนบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ระบุช่องทางร้องเรียนภายในที่ลูกจ้างใช้ได้จริง (ช่วยให้ศาลเห็นว่ามีทางเลือกอื่นนอกจากโพสต์สาธารณะ)
  • ระบุระดับโทษชัดเจน และกรณีใดถือเป็น “กรณีร้ายแรง”

ข้อควรระวัง: การเข้าไปตรวจหรือเก็บข้อมูลบัญชีส่วนตัวของลูกจ้างต้องคำนึงถึง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ด้วย ควรแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงานให้ชัดเจน และเก็บเฉพาะข้อมูลที่เผยแพร่ให้เห็นและเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

เช็กลิสต์ก่อนเลิกจ้างเพราะโพสต์

  • มีหลักฐานโพสต์ครบ (URL วันเวลา ผู้โพสต์ ผู้รับรอง)
  • ยืนยันได้ว่าลูกจ้างเป็นผู้โพสต์
  • ได้เปิดโอกาสให้ชี้แจงแล้ว
  • ระบุได้ว่าเข้ามาตรา 119 อนุมาตราใด และเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่
  • ถ้าไม่ร้ายแรง มีหนังสือเตือนในเรื่องเดียวกันที่ยังไม่เกิน 1 ปีหรือไม่
  • หนังสือเลิกจ้างระบุข้อเท็จจริงครบ (มาตรา 119 วรรคสาม)
  • ถ้าความผิดไม่ถึงมาตรา 119 คำนวณค่าชดเชยตามมาตรา 118 และค่าบอกกล่าวล่วงหน้าไว้แล้ว

ถ้าลูกจ้างโพสต์ความลับหรือข้อมูลลูกค้า อ่านเพิ่มเติม สัญญารักษาความลับและห้ามทำงานกับคู่แข่ง

คำถามที่พบบ่อยเรื่องลูกจ้างโพสต์ด่าบริษัท

ลูกจ้างลบโพสต์แล้ว ยังเลิกจ้างได้ไหม?

การลบภายหลังไม่ได้ทำให้การกระทำที่เกิดขึ้นแล้วหายไป หากนายจ้างเก็บหลักฐานไว้ได้และเนื้อหาร้ายแรงถึงขั้นมาตรา 119 ก็ยังเลิกจ้างได้ แต่ระยะเวลาที่โพสต์ค้างไว้และจำนวนคนที่เห็น เป็นปัจจัยที่ศาลใช้ชั่งน้ำหนักความร้ายแรงและความเสียหาย

โพสต์ในบัญชีส่วนตัว ตั้งค่าเห็นเฉพาะเพื่อน ถือว่าเผยแพร่หรือไม่?

ยังถือว่าเผยแพร่ต่อบุคคลอื่นได้ ศาลพิจารณาจากเนื้อหา จำนวนผู้เห็น และผลกระทบต่อนายจ้าง

ไม่มีข้อบังคับเรื่องโซเชียลมีเดีย เลิกจ้างได้ไหม?

ถ้าเข้า 119(1) หรือ (2) ไม่ต้องอาศัยข้อบังคับ แต่ถ้าจะอ้าง 119(4) ต้องมีข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ลูกจ้างฝ่าฝืน

เลิกจ้างโดยจ่ายค่าชดเชยแล้ว ลูกจ้างยังฟ้องได้อีกไหม?

ได้ ลูกจ้างยังฟ้องค่าเสียหายฐานเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 ได้ หากเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร การจ่ายค่าชดเชยไม่ได้ตัดสิทธินี้

นายจ้างฟ้องหมิ่นประมาทลูกจ้างได้หรือไม่?

ได้ เป็นคดีแยกต่างหากจากเรื่องเลิกจ้าง แต่ควรพิจารณาผลกระทบต่อภาพลักษณ์บริษัทและความคุ้มค่าของการฟ้อง

สรุปจากทนาย

ลูกจ้างโพสต์ด่าบริษัทไม่ได้แปลว่าเลิกจ้างได้ทันทีทุกกรณี นายจ้างต้องดูว่าเนื้อหาร้ายแรงถึงขั้นมาตรา 119 หรือไม่ เก็บหลักฐานให้ครบ เปิดโอกาสให้ชี้แจง และระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้างให้ชัด การทำตามขั้นตอนตั้งแต่แรกช่วยลดความเสี่ยงคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้มาก ผลของแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ

ปรึกษาคดีแรงงานสำหรับนายจ้าง บริษัท ทนายโซเชียล จำกัด โทร 095-169-9998

ปรึกษาคดีแรงงาน ร่างสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน และหนังสือเลิกจ้าง
บริษัท ทนายโซเชียล จำกัด “เราไม่ได้เก่งกว่าใคร แต่เราช่วยคุณได้”
โทร 095-169-9998 · LINE เพิ่มเพื่อน · บริการร่างเอกสารออนไลน์

อ้างอิง: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17, 108, 118, 119 · ป.พ.พ. มาตรา 423, 583 · ป.อ. มาตรา 326, 328 · พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8206/2560, 8241/2544, 902/2545

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

แชตกับทนาย โทรหาทนาย