แรงงาน

ลูกจ้างเรียกค่าโอทีย้อนหลัง นายจ้างต้องจ่ายไหม? ข้อต่อสู้ อายุความ 2 ปี ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิ OT และเอกสารที่ต้องเก็บ

คู่มือนายจ้างเมื่อถูกเรียกค่าล่วงเวลาย้อนหลัง อัตรา OT ตามกฎหมาย ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิตามมาตรา 65 ข้อต่อสู้เรื่องไม่ได้สั่งให้ทำ อายุความ 2 ปี OT เหมาจ่าย และเอกสารที่ต้องเก็บตามมาตรา 114 และ 115

โดย ทีมทนายความ ทนายโซเชียล··อ่าน 10 นาที
ลูกจ้างเรียกค่าโอทีย้อนหลัง นายจ้างต้องจ่ายไหม? ข้อต่อสู้ อายุความ 2 ปี ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิ OT และเอกสารที่ต้องเก็บ

คำตอบสั้น: ลูกจ้างเรียกค่าโอทีย้อนหลัง (ค่าล่วงเวลา) และค่าทำงานในวันหยุดย้อนหลังได้ภายในอายุความ 2 ปี (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (9)) นายจ้างต่อสู้ได้หลายทาง เช่น ลูกจ้างไม่ได้ทำ OT ตามคำสั่งหรือความยินยอมของนายจ้าง (ฎีกาที่ 9015/2549) ลูกจ้างมีอำนาจทำการแทนนายจ้างในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง จึงไม่มีสิทธิได้ OT ตามมาตรา 65 (1) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หรือนายจ้างจ่ายครบแล้ว แต่ข้อต่อสู้ทุกข้อต้องมีเอกสาร โดยเฉพาะบันทึกเวลาทำงานและเอกสารการจ่ายเงินที่ต้องเก็บไว้อย่างน้อย 2 ปี (มาตรา 114 และ 115)

คดีค่าล่วงเวลามักเกิดหลังลูกจ้างลาออกหรือถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างนำรายการ OT ย้อนหลังหลายเดือนมาเรียก พร้อมดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม นายจ้างที่ไม่มีบันทึกเวลาทำงาน หรือจ่าย OT แบบ “เหมารวมในเงินเดือน” โดยไม่มีข้อตกลงชัดเจน มักพิสูจน์ไม่ได้ว่าจ่ายครบแล้ว

บทความนี้อธิบายสำหรับนายจ้างว่า กฎหมายกำหนดอัตรา OT อย่างไร ลูกจ้างคนไหนไม่มีสิทธิ ข้อต่อสู้ที่ใช้ได้มีอะไร ต้องเก็บเอกสารอะไร และควรวางระบบอนุมัติ OT อย่างไรให้ใช้เป็นหลักฐานได้

อัตราค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดตามกฎหมาย

กรณีอัตราขั้นต่ำมาตรา
ทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง61
ทำงานในวันหยุด (ลูกจ้างที่มีสิทธิได้ค่าจ้างในวันหยุด เช่น ลูกจ้างรายเดือน)เพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่า62 (1)
ทำงานในวันหยุด (ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้ค่าจ้างในวันหยุด เช่น ลูกจ้างรายวัน)ไม่น้อยกว่า 2 เท่า62 (2)
ทำงานล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่า63

วิธีคิดค่าจ้างต่อชั่วโมงของลูกจ้างรายเดือน (มาตรา 68): เงินเดือน ÷ (30 × จำนวนชั่วโมงทำงานปกติเฉลี่ยต่อวัน) เช่น เงินเดือน 24,000 บาท ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ค่าจ้างต่อชั่วโมงเท่ากับ 100 บาท OT ในวันทำงานชั่วโมงละไม่น้อยกว่า 150 บาท

นอกจากนี้ นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้ต่อเมื่อลูกจ้างยินยอมก่อนเป็นคราว ๆ ไป เว้นแต่งานบางประเภทที่ต้องทำติดต่อกันหรืองานฉุกเฉิน (มาตรา 24) และชั่วโมงทำงานล่วงเวลารวมกับชั่วโมงทำงานในวันหยุดต้องไม่เกินที่กฎกระทรวงกำหนด (มาตรา 26) ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

อัตราค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดตามมาตรา 61 ถึง 68

ลูกจ้างคนไหนไม่มีสิทธิได้ค่าล่วงเวลา (มาตรา 65)

มาตรา 65 กำหนดลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้ค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามมาตรา 63 ไว้ 9 ประเภท ที่นายจ้างทั่วไปเจอบ่อย ได้แก่

  • (1) ลูกจ้างที่มีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง
  • (2) งานเร่ขายหรือชักชวนซื้อสินค้า ที่นายจ้างจ่ายค่านายหน้าจากยอดขาย
  • (7) งานที่ต้องออกไปทำนอกสถานที่ และโดยลักษณะของงานไม่อาจกำหนดเวลาทำงานที่แน่นอนได้
  • (8) งานอยู่เวรเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สิน ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ทำงานปกติของลูกจ้าง

ลูกจ้างตาม (3) ถึง (9) ยังได้รับค่าตอบแทนเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกิน ส่วนลูกจ้างตาม (1) และ (2) ไม่ได้รับเงินส่วนนี้ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายให้ และลูกจ้างตาม (1) ไม่มีสิทธิได้ค่าทำงานในวันหยุดตามมาตรา 62 ด้วย เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่าย (มาตรา 66)

ข้อควรระวัง: ชื่อตำแหน่ง “ผู้จัดการ” หรือ “หัวหน้า” ไม่พอ ต้องดูอำนาจจริงว่าลูกจ้างตัดสินใจหรือมีอำนาจแทนนายจ้างในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้างหรือไม่ นายจ้างควรเขียนอำนาจนี้ไว้ในคำบรรยายลักษณะงานและหนังสือมอบอำนาจ และเก็บเอกสารที่ลูกจ้างใช้อำนาจจริง เช่น ใบอนุมัติรับคน ผลประเมินหรือหนังสือเลิกจ้างที่ลูกจ้างลงนามในฐานะผู้มีอำนาจ

ข้อต่อสู้ที่นายจ้างใช้ได้

1. นายจ้างไม่ได้สั่งหรือยินยอมให้ทำ OT

ค่าล่วงเวลาเป็นค่าตอบแทนการทำงานที่นายจ้างให้ทำเกินเวลาปกติ ในฎีกาที่ 9015/2549 ศาลวางหลักว่า ถ้านายจ้างไม่ได้สั่งให้ทำงานล่วงเวลา ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ข้อต่อสู้นี้ใช้ได้ดีเมื่อนายจ้างมีระบบขออนุมัติ OT ล่วงหน้าที่ใช้จริงสม่ำเสมอ แต่ถ้าหัวหน้างานรู้และปล่อยให้ลูกจ้างทำงานเกินเวลาเป็นประจำ หรือมอบงานที่ทำไม่ทันในเวลาปกติ ศาลอาจเห็นว่านายจ้างยินยอมโดยปริยาย

2. ลูกจ้างอยู่ในกลุ่มที่ไม่มีสิทธิตามมาตรา 65

ต้องพิสูจน์อำนาจหน้าที่จริงตามหัวข้อก่อนหน้า

3. คดีขาดอายุความบางส่วน

สิทธิเรียกค่าจ้างและเงินตอบแทนการทำงานของลูกจ้างมีอายุความ 2 ปี ตามมาตรา 193/34 (9) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รายการ OT ที่ถึงกำหนดจ่ายเกิน 2 ปีก่อนวันฟ้อง นายจ้างยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้ แต่ต้องยกขึ้นต่อสู้เอง ศาลจะไม่ยกให้

4. จ่ายครบแล้ว หรือจำนวนที่เรียกไม่ถูกต้อง

ใช้สลิปเงินเดือน หลักฐานการโอน และบันทึกเวลาทำงานแสดงว่าจ่าย OT ตามชั่วโมงจริงแล้ว หรือชั่วโมงที่ลูกจ้างอ้างเป็นเวลาพัก เวลาเดินทาง หรือเวลาที่ไม่ได้ทำงานให้นายจ้าง

5. การรับรอง OT เท็จเป็นการทุจริต

ในฎีกาที่ 642/2559 หัวหน้างานที่มีหน้าที่อนุมัติการทำงานล่วงเวลา ลงนามรับรอง OT และการทำงานในวันหยุดของลูกน้องที่ไม่ได้ทำงานจริง ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ตามมาตรา 119 (1) นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แม้ภายหลังจะแก้เอกสารและยังไม่มีการจ่ายเงิน ระบบตรวจสอบ OT จึงช่วยนายจ้างทั้งในคดีที่ลูกจ้างเรียกเงิน และในการจัดการลูกจ้างที่ทุจริต

5 ข้อต่อสู้ของนายจ้างเมื่อถูกเรียกค่าโอทีย้อนหลัง

OT เหมาจ่ายในเงินเดือน ใช้ได้แค่ไหน

มาตรา 61 ถึง 63 ใช้คำว่า “ไม่น้อยกว่า” จึงเป็นอัตราขั้นต่ำ นายจ้างจะตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาแบบเหมาได้ แต่ถ้าจำนวนเหมาต่ำกว่าเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้ตามชั่วโมงที่ทำจริง ลูกจ้างยังเรียกส่วนที่ขาดได้ ถ้าจะใช้ระบบเหมา ควร

  • แยกค่าล่วงเวลาเหมาออกจากเงินเดือนในสัญญาและสลิปเงินเดือนให้ชัด อย่าเขียนรวมว่า “เงินเดือนรวม OT แล้ว”
  • กำหนดจำนวนชั่วโมงที่เหมาครอบคลุม
  • บันทึกเวลาทำงานจริงต่อไป และจ่ายเพิ่มเมื่อชั่วโมงจริงเกินจำนวนที่เหมา

เอกสารที่ต้องเก็บตามกฎหมาย

นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องมีเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ซึ่งมีอย่างน้อยวันและเวลาทำงาน ผลงานสำหรับลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างตามผลงาน และอัตราและจำนวนเงินที่ลูกจ้างแต่ละคนได้รับ โดยให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ถ้าจ่ายผ่านการโอนเข้าบัญชี ให้ถือหลักฐานการโอนเป็นเอกสารนี้ได้ (มาตรา 114)

เอกสารการจ่ายเงินต้องเก็บไว้ไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันจ่าย และถ้ามีการร้องเรียน ข้อพิพาทแรงงาน หรือฟ้องคดี ต้องเก็บไว้จนกว่าจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด (มาตรา 115)

แม้นายจ้างที่มีลูกจ้างไม่ถึง 10 คนจะไม่ถูกบังคับตามมาตรา 114 แต่ในคดี นายจ้างที่ไม่มีบันทึกเวลาทำงานจะหักล้างคำเบิกความของลูกจ้างได้ยาก จึงควรเก็บเอกสารชุดเดียวกัน

เอกสารระบบโอทีที่นายจ้างต้องเก็บตามมาตรา 24 114 115

วางระบบ OT ให้ใช้เป็นหลักฐานในศาลได้

  1. เขียนระเบียบ OT ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน: ต้องขออนุมัติล่วงหน้า ผู้มีอำนาจอนุมัติ และผลของการทำงานเกินเวลาโดยไม่ได้รับอนุมัติ
  2. ใช้แบบฟอร์มขอทำ OT: ลูกจ้างลงชื่อยินยอมเป็นคราว ๆ ไปตามมาตรา 24 ระบุวัน เวลา และงานที่ทำ
  3. บันทึกเวลาเข้าออกด้วยระบบที่ตรวจสอบได้: เช่น เครื่องสแกน หรือแอปที่บันทึกตำแหน่งและเวลา
  4. ตรวจทานทุกรอบจ่าย: เทียบเวลาในระบบกับใบอนุมัติ ถ้ามีเวลาเกินโดยไม่มีใบอนุมัติ ให้หัวหน้างานบันทึกเหตุผลทันที
  5. แสดงชั่วโมงและอัตรา OT ในสลิปเงินเดือน และให้ลูกจ้างรับทราบ
  6. เก็บเอกสารอย่างน้อย 2 ปี และนานกว่านั้นถ้ามีข้อพิพาท
  7. จ่ายตามกำหนด: ค่าล่วงเวลาต้องจ่ายตามรอบที่กฎหมายกำหนด และเมื่อเลิกจ้าง ต้องจ่ายเงินที่ค้างภายใน 3 วัน (มาตรา 70) ถ้าค้างจ่ายอาจเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และเงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุก 7 วันกรณีจงใจไม่จ่าย (มาตรา 9)

ถ้าถูกเรียกค่า OT ย้อนหลังแล้ว ต้องทำอะไร

  1. รวบรวมบันทึกเวลา ใบอนุมัติ OT สลิป และหลักฐานการโอน ช่วง 2 ปีย้อนหลัง
  2. คำนวณใหม่ตามมาตรา 61 ถึง 68 เพื่อดูว่ามีส่วนที่ค้างจริงหรือไม่
  3. แยกรายการที่ขาดอายุความ และรายการที่ไม่มีการอนุมัติ
  4. ถ้ามีส่วนที่ค้างจริง การเจรจาจ่ายพร้อมทำบันทึกข้อตกลงมักลดดอกเบี้ยและเงินเพิ่มได้
  5. ถ้าลูกจ้างร้องพนักงานตรวจแรงงาน ให้ส่งเอกสารชี้แจง ถ้าไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง ต้องฟ้องศาลแรงงานภายใน 30 วัน และวางเงินตามคำสั่ง (มาตรา 125) ดูขั้นตอนในบทความเรื่องนายจ้างถูกฟ้องที่ศาลแรงงาน

คำถามที่นายจ้างถามบ่อย

ลูกจ้างเรียกค่าโอทีย้อนหลังได้กี่ปี

ได้ภายใน 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (9) ซึ่งใช้กับลูกจ้างที่เรียกค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น นายจ้างต้องยกอายุความขึ้นต่อสู้เอง ศาลไม่ยกให้

ลูกจ้างทำงานเกินเวลาเอง โดยไม่ได้รับคำสั่ง ต้องจ่าย OT ไหม

ฎีกาที่ 9015/2549 วางหลักว่า ถ้านายจ้างไม่ได้สั่งให้ทำงานล่วงเวลา ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้ค่าล่วงเวลา แต่ถ้าหัวหน้างานรู้และปล่อยให้ทำเป็นประจำ ศาลอาจถือว่ายินยอมโดยปริยาย

ผู้จัดการได้ค่าโอทีหรือไม่

ขึ้นกับอำนาจจริง ลูกจ้างที่มีอำนาจทำการแทนนายจ้างในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง ไม่มีสิทธิได้ค่าล่วงเวลาตามมาตรา 65 (1) เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่าย ชื่อตำแหน่งอย่างเดียวไม่พอ

ค่าโอทีในวันทำงานคิดอย่างไร

ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงตามมาตรา 61 ลูกจ้างรายเดือนคิดค่าจ้างต่อชั่วโมงจากเงินเดือนหารด้วย 30 คูณจำนวนชั่วโมงทำงานปกติเฉลี่ยต่อวันตามมาตรา 68

จ่ายโอทีแบบเหมารวมในเงินเดือนได้หรือไม่

ตกลงเหมาได้ แต่อัตราตามมาตรา 61 ถึง 63 เป็นขั้นต่ำ ถ้าเงินเหมาต่ำกว่าเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิตามชั่วโมงจริง ลูกจ้างเรียกส่วนที่ขาดได้ ควรแยกรายการ OT ในสลิปและบันทึกเวลาจริงทุกครั้ง

นายจ้างต้องเก็บเอกสารเวลาทำงานนานแค่ไหน

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คน ต้องมีเอกสารการจ่ายค่าจ้างและค่าล่วงเวลาที่มีวันและเวลาทำงานตามมาตรา 114 และเก็บไว้ไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันจ่าย ถ้ามีข้อพิพาทต้องเก็บจนคดีถึงที่สุดตามมาตรา 115

บังคับลูกจ้างทำโอทีได้หรือไม่

โดยหลักไม่ได้ มาตรา 24 ให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้ต่อเมื่อลูกจ้างยินยอมก่อนเป็นคราว ๆ ไป เว้นแต่งานที่ต้องทำติดต่อกันหรืองานฉุกเฉิน และชั่วโมง OT รวมกับชั่วโมงทำงานวันหยุดต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

หัวหน้างานรับรองโอทีเท็จให้ลูกน้อง เลิกจ้างได้หรือไม่

ได้ ในฎีกาที่ 642/2559 ศาลถือว่าหัวหน้างานที่ลงนามรับรอง OT ที่ไม่ได้ทำจริง ทุจริตต่อหน้าที่ตามมาตรา 119 (1) นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

สรุปสำหรับนายจ้าง

คดีค่าล่วงเวลาตัดสินกันที่บันทึกเวลาทำงานและใบอนุมัติ นายจ้างที่มีระบบขออนุมัติ OT ล่วงหน้า บันทึกเวลาที่ตรวจสอบได้ และสลิปที่แยกรายการชัด จะต่อสู้ได้ทั้งเรื่องชั่วโมงที่ไม่ได้สั่ง ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิตามมาตรา 65 และอายุความ 2 ปี ส่วนนายจ้างที่ไม่มีเอกสารมักต้องจ่ายตามที่ลูกจ้างเรียก

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ผลของแต่ละเรื่องขึ้นกับข้อเท็จจริงและเอกสารของกิจการนั้น ปรับปรุงล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2569

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

แชตกับทนาย โทรหาทนาย